หมอเฉลย คนเซ็กซ์จัด ทำไตเสื่อมจริงหรือ?

ชายชาวจีนวัย 55 ปีชื่อนายหลี่เข้าไปปรึกษาแพทย์แผนกทางเดินปัสสาวะด้วยความกังวล เขามีอาการปวดหลัง อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เขาจึงกระซิบถามแพทย์ว่า “หมอครับ ผมเป็นโรคไตวายหรือเปล่า สมัยวัยรุ่นผมมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 10 ครั้งต่อเดือน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไตผมพังใช่ไหมครับ” คำถามนี้เป็นความกังวลใจของชายวัยกลางคนจำนวนมาก
ความจริงเรื่องกิจกรรมทางเพศกับโรคไต
นายแพทย์กัวข่าย รองหัวหน้าแผนกทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลหนานฟาง ประเทศจีน อธิบายตามหลักการแพทย์สมัยใหม่ ว่าหน้าที่หลักของไตคือการกรองเลือด ขับของเสีย ควบคุมน้ำกับสมดุลเกลือแร่ ส่วนกิจกรรมทางเพศอาศัยการทำงานของระบบหัวใจ หลอดเลือด ประสาท ฮอร์โมน สองระบบนี้ไม่ได้ดึงพลังงานกันโดยตรง
อาการปวดหลังหรืออ่อนเพลียหลังมีเพศสัมพันธ์เกิดจากร่างกายเหนื่อยล้าสะสมจากการสูญเสียเหงื่อ ขาดน้ำ พักผ่อนไม่พอ อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หากร่างกายแข็งแรงปกติดี การมีกิจกรรมทางเพศอย่างพอเหมาะจะไม่ทำให้ไตเสื่อม
6 พฤติกรรมทำร้ายไตที่แท้จริง
1. อั้นปัสสาวะบ่อย ทำให้กระเพาะปัสสาวะตึงเครียด แบคทีเรียในน้ำปัสสาวะจะไหลย้อนกลับไปที่ท่อไต ก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลามจนทำลายระบบการกรองเลือด
2. กินเค็มจัดกับโปรตีนมากเกินไป ความเค็มทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจนไปทำลายหลอดเลือดฝอยในไต ส่วนโปรตีนปริมาณมากจะเพิ่มภาระการขับของเสียจนไตทำงานหนักเกินกำลัง แต่คนที่ออกกำลังกายหนัก กินได้ไม่มีปัญหาอะไร
3. ดื่มน้ำน้อย น้ำเป็นตัวทำละลายสำคัญในการขับสารพิษ การดื่มน้ำไม่ถึง 1500 ถึง 2000 มิลลิลิตรต่อวันทำให้ปัสสาวะเข้มข้น เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วกับภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
4. อดนอนเป็นประจำ ไตกับระบบต่อมไร้ท่อต้องการเวลาพักผ่อนฟื้นฟูเซลล์ในช่วงกลางคืน การนอนดึกทำให้ร่างกายเกิดความเครียดสะสม ฮอร์โมนผิดปกติ หลอดเลือดในไตเสียหาย
5. สูบบุหรี่กับดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มระดับกรดยูริกจนเกิดการตกตะกอนในท่อไต ส่วนสารพิษในบุหรี่ทำลายระบบหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงไต
6. กินยาพร่ำเพรื่อ การซื้อยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ หรืออาหารเสริมมากินเองทำให้ไตต้องทำงานหนักเพื่อขับสารพิษ สารเคมีบางชนิดทำลายเซลล์ไตโดยตรงจนเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สมดุล หากพบอาการผิดปกติเช่น ตัวบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนไป หรืออ่อนเพลียเรื้อรัง ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



