หมอสุรเวช เดือด! ซัดเลือกตั้ง 69 “โกงจนน่าเกลียด” ขอบคุณพลัง นศ. ลุกฮือต้านทุจริต จี้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ
หมอสุรเวช โพสต์เดือดเลือกตั้ง 69 โกงน่าเกลียด จี้ กกต. นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ชูพลัง “Active Citizen” ปทุมฯ-ขอนแก่น-ชลบุรี ลุกฮือทวงคืนความถูกต้อง
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าว The Thaiger รายงานความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดย นพ.สุรเวช น้ำหอม หรือ หมอสุรเวช แพทย์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Surawej Numhom วิพากษ์วิจารณ์การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างดุเดือด โดยชี้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นอย่างชัดเจน จนประชาชนไม่อาจทนดูได้
ซัดแรง “โกงจนน่าเกลียด” จี้นับคะแนนใหม่พิสูจน์ความจริง
หมอสุรเวชระบุข้อความตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีพฤติการณ์ที่ “โกงจนน่าเกลียด” และ “เอียงแบบหน้าด้าน” โดยเฉพาะประเด็นเรื่องตัวเลขคะแนนที่ผิดปกติ หรือ “บัตรเขย่ง” ที่เห็นชัดเจนผ่านการถ่ายทอดสด ซึ่งแม้จะมีหลักฐานความผิดปกติปรากฏออกมา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับพยายามยื้อและอ้างเหตุผลต่าง ๆ
คุณหมอยังตั้งคำถามไปยังผู้ชนะการเลือกตั้งและ กกต. ว่า หากมั่นใจว่าชนะขาดลอยด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ก็ควรเปิดให้นับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใสและลบข้อครหาของประชาชนทั่วประเทศ
ในโพสต์ดังกล่าวยังได้กล่าวชื่นชมพลังของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในหลายจังหวัด ที่ลุกขึ้นมาทวงถามความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น ปทุมธานี, ขอนแก่น, ชลบุรี และมหาสารคาม ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ของ “Active Citizen” ที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้องอีกต่อไป
“ขอบคุณพลังเด็กนักศึกษา… ที่ทำให้เห็นกันคาตาว่าการเลือกครั้งนี้โกงกันแบบสุดจะทน… นึกว่าจะเหมือนทุกครั้งที่รู้ทั้งรู้แต่ทำอะไรไม่ได้ แต่รอบนี้พลังประชาชนที่ไม่ยอมมันมีมากพอในบางที่แล้ว” หมอสุรเวชระบุ
แฉยับ “แจกหนัก” ท้าชนระบบอุปถัมภ์
นอกจากนี้ หมอสุรเวชยังทิ้งท้ายถึงเบื้องหลังชัยชนะของบางพรรคการเมือง โดยระบุว่าจากการสอบถามประชาชนคนรู้จัก ได้รับการยืนยันข้อมูลตรงกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการ “แจกหนัก” ซึ่งแม้ฉากหน้าจะยิ้มร่าอ้างผลงานการลงพื้นที่
แต่คนที่รับไม่ได้กับความไม่โปร่งใสในวันนี้พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นของจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษที่ถูกปั้นแต่งขึ้น
ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวได้เรียกร้องให้มีการ “นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ” หากทำได้ เพื่อพิสูจน์ว่าพลังของประชาชนในครั้งนี้คือของจริง

ย้ำ 7 ข้อควรทำคืนความยุติธรรมให้ประชาชน
หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเวลา 09:26 น. หมอสุรเวชก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งระบุว่า “ถ้าทำได้จริง คงดีมากมาก” พร้อมกับแชร์โพสต์ของ Paul Pattarapon พอล ภัทรพล ที่เขียนสรุป 7 มาตรฐานสากลที่ประเทศประชาธิปไตยใช้กัน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย (Credit: ChatGPT)
1. ต้องนับจาก “บัตรจริง” เท่านั้น (Paper Trail)
หัวใจสำคัญที่สุดคือ “ต้นฉบับ”
-
ต้องนับจาก บัตรเลือกตั้งที่เป็นกระดาษ เท่านั้น ห้ามอ้างอิงไฟล์ดิจิทัลหรือตัวเลขในระบบคอมพิวเตอร์เด็ดขาด
-
หีบบัตรต้องอยู่ในสภาพ ปิดผนึกครบถ้วน สมบูรณ์
-
กฎเหล็ก: ถ้าไม่มีบัตรจริงให้ตรวจสอบ ผลการเลือกตั้งนั้นต้องถือเป็น “โมฆะ” ทันที
2. เปิดนับ “ต่อหน้าสาธารณชน” (Public & Live)
ยุคนี้ “ห้องลับ” คือหายนะของความเชื่อมั่น
-
ต้องมีการ ถ่ายทอดสด (Live) ตลอดกระบวนการ ห้ามตัดภาพ
-
ต้องเปิดพื้นที่ให้ ผู้แทนทุกพรรคการเมือง, ผู้สังเกตการณ์อิสระ และ สื่อมวลชน เข้าไปเกาะติดขอบโต๊ะนับคะแนน
-
การนับในที่รลับตาคน = ผลลัพธ์ที่ไม่ควรยอมรับ
3. เช็กเส้นทางหีบบัตร (Chain of Custody)
ต้องตอบสังคมให้ได้ว่า “หีบไปเที่ยวไหนมาบ้าง?”
-
หีบบัตรอยู่กับใคร ในช่วงเวลาไหน
-
มีการเคลื่อนย้ายกี่ครั้ง ใครเป็นคนขับ ใครเป็นคนถือ
-
ต้องมีลายเซ็นรับ-ส่งกำกับทุกขั้นตอน
-
จุดตาย: หากห่วงโซ่ขาดช่วงไปแม้แต่นาทีเดียว ความน่าเชื่อถือจะลดฮวบทันที
4. เคลียร์ชัด “บัตรดี-บัตรเสีย” (Adjudication)
อย่าให้ดุลพินิจอยู่เหนือความถูกต้อง
-
การวินิจฉัยบัตรทุกใบต้องทำต่อหน้าสักขีพยาน
-
หากเป็น บัตรก้ำกึ่ง ต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนพรรคการเมือง โต้แย้งได้ทันที
-
การตัดสินว่าเป็นบัตรเสีย ต้องมีการบันทึกเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน
5. นับซ้ำและตรวจสอบไขว้ (Cross-Check)
รอบเดียวไม่พอ ต้องชัวร์ที่สุด
-
รอบที่ 1: นับด้วยมือทีละใบ
-
รอบที่ 2: ตรวจสอบทาน (Cross-check) อีกครั้ง
-
ตัวเลขทั้งสองรอบต้อง ตรงกัน 100% หากไม่ตรง ต้องเริ่มนับใหม่ทั้งหมด
6. เปิดเผยข้อมูลทันที (Transparency)
ความเร็วคือความจริงใจ
-
ใบสรุปผลคะแนน (ส.ส. 5/18 หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง) ต้องถูกสแกนและอัปโหลดทันที
-
เผยแพร่สู่สาธารณะภายในวันเดียว เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบตัวเลขได้เอง
-
การ “ดึงเรื่อง” หรือ “ซ่อนข้อมูล” เท่ากับการสร้างข้อสงสัยให้ตัวเอง
7. ต้องมี “คนกลาง” รับรองผล (Independent Verification)
ลำพังแค่ กกต. เซ็นรับรองตัวเองอาจไม่พอในยามวิกฤตศรัทธา ต้องมีกลไกอิสระร่วมด้วย เช่น:
-
คำสั่งศาล
-
คณะผู้ตรวจสอบอิสระ
-
องค์กรสังเกตการณ์เลือกตั้งที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ

ข้อมูลจาก FB/Surawej Numhom
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





