ความเป็นส่วนตัว

บริษัท Thaiger ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านให้ความสนใจในการใช้บริการในเครือบริษัท บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้นเพื่อใช้บังคับกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งใช้บริการ ทำธุรกรรม หรือร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัทในเครือ Thaiger โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการในเครือของบริษัท ได้แก่ เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย (Social Media) แอปพลิเคชันในระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ เว็บแอปพลิเคชัน และช่องทางอื่นๆ ในอนาคต โดยมีหลักเกณฑ์ กลไก มาตรการกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ดังรายละเอียดต่อไปนี้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 1: คำจำกัดความ (Definitions)
ข้อ 2: การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 3: วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 4: ข้อจำกัดในการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 5: การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ข้อ 6: คุกกี้ (Cookie) พิกเซล (Pixel) และ ไอพีแอดเดรส (IP Address)
ข้อ 7: การคุ้มครองข้อมูลการเงิน
ข้อ 8: ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 9: สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 10: การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 11: เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 12: ช่องทางการติดต่อบริษัท

ข้อ 1 คำจำกัดความ (Definitions)

บริษัท Thaiger บริษัทในเครือ Thaiger

ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ข้อมูลที่สามารถระบุหรืออาจระบุตัวตนได้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เลขที่บัญชีธนาคาร เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลทางการเงิน IP Address Cookies เป็นต้น

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ บุคคลที่ข้อมูลนั้นระบุไปถึง แต่ไม่รวมถึง “นิติบุคคล” (Juridical Person) ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด

ข้อ 2 การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขตและใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยในการเก็บนั้นจะทำเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท Thaiger เท่านั้น ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลรับรู้ให้ความยินยอมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามแบบวิธีการของบริษัท กรณีที่บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยได้แจ้งก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวจะเข้าข้อยกเว้นตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือกฎหมายอื่นที่กำหนดไว้

บริษัทอาจสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเพิ่มเติมจากท่าน เช่น เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรม หรือบริการที่บริษัทหรือพันธมิตรทางธุรกิจจัดขึ้น โดยท่านอาจต้องระบุข้อมูลเพิ่มเติม การแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมจะทําให้ท่านสามารถใช้บริการต่างๆ ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ และเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ

ข้อ 3 จุดประสงค์การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และการเปิดเผยข้อมูล

บริษัทจะทำการจัดเก็บ รวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ท่านได้รับสินค้าและบริการที่ดีจากบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยท่านตกลงและยินยอมให้บริษัทสามารถใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการติดต่อหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังบริษัทในเครือของบริษัทหรือพันธมิตรในทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่น โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ท่าน เพื่อประโยชน์ของท่านและของกิจการบางส่วน ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อสนับสนุนการส่งมอบบริการ, โฆษณา, ผลิตภัณฑ์, สิทธิพิเศษ, กิจกรรมด้านการตลาดที่ตรงกับความต้องการของท่าน ผ่านช่องทางส่วนบุคคลที่ท่านยินยอมให้บริษัทจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  2. เพื่อวิจัยและวิเคราะห์ประสบการณ์การใช้บริการ ทำธุรกรรม หรือการร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัทในบริษัท Thaiger ทำให้ท่านสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
  3. เพื่อปรับแต่งข้อเสนอ โฆษณา สิทธิพิเศษ กิจกรรมด้านการตลาด หรือเนื้อหาที่คุณสนใจ ซึ่งจะส่งให้ท่านผ่านทางช่องทางต่างๆ ของ Thaiger เช่น เว็บไซต์, อีเมล, การแจ้งเตือนภายในเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, หรือช่องทางอื่นๆ ในอนาคต
  4. เพื่อดำเนินการตามการใช้บริการ ทำนิติกรรมสัญญา ธุรกรรม หรือการร่วมกิจกรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยบริษัท หรือบริษัทพันธมิตร
  5. เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าผ่านทางแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะดำเนินการโดยบริษัท หรือบุคคลภายนอก รวมถึงบริษัทพันธมิตร
  6. เพื่อติดต่อผู้ใช้งานสำหรับการให้บริการ และดูแลผู้ใช้งาน หรือสำหรับการสื่อสารด้านการตลาดที่ได้รับอนุญาตตามช่องทางการสื่อสารที่ท่านยินยอมให้ทางบริษัทจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  7. เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย
  8. เพื่อคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของบริษัท หรือของผู้ใช้บริการของบริษัททั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด
    ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้นหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน โดยบริษัทจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผย และเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนโยบายส่วนบุคคลนี้ไม่ครอบคลุมการรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอก ที่กระทำโดยบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้โฆษณา ผู้ให้บริการ ผู้ขายสินค้าในเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมต่อ (Link) กับเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, โซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือช่องทางในอนาคตของบริษัท การเชื่อมโยงระบบโซเชียลมีเดีย (Social Media) เพื่อแชร์เนื้อหาในช่องทางของบริษัท หากการกระทำใดๆ ก็ตามที่ขัดต่อกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ อันเนื่องมาจากการกระทำหรือการรวบรวมข้อมูลโดยบุคคลภายนอก

ข้อ 4 ข้อจำกัดในการใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

1. บริษัทจะจัดเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามความยินยอมของท่าน โดยจะต้องเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลของบริษัทเท่านั้น บริษัทจะกำกับดูแลพนักงานหรือผู้ปฏิบัติงานของบริษัทมิให้ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่

1.1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา ฯลฯ

1.2) เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

1.3) เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

1.4) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์​โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท

1.5) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

1.6) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

1.7) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

2. บริษัทอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด

ข้อ 5 การเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลหรือการลบข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งเป็นประเทศปลายทาง ที่อาจมีหรือไม่มีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะดำเนินการอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และในบางกรณี บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านเพื่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ หากจำเป็นต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 6 คุกกี้ (Cookie) พิกเซล (Pixel) และ ไอพีแอดเดรส (IP Address)

นอกจากข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลบางอย่างผ่านเทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (Cookie) พิกเซล (Pixel) ไอพี แอดเดรส (IP Address) และแหล่งเก็บข้อมูลบนเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ของผู้ใช้ รวมถึงเครื่องมือเก็บข้อมูลของบุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการด้านการตลาดหรือวิเคราะห์ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีประเภทนี้ โดยตรงบนเว็บไซต์

ทั้งนี้ คุกกี้ (Cookie) คือ ไฟล์ข้อมูลตัวอักษรขนาดเล็กที่รวบรวมข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ อุปกรณ์อื่นของผู้ใช้งาน คุกกี้ทําให้บริษัททราบถึงบริการหรือสินค้าที่ท่านชื่นชอบ รวมถึงบริการที่ไม่อยู่ในความสนใจของท่าน ส่วนพิกเซล (Pixel) เป็นภาพขนาดเล็ก เป็นส่วนหนึ่งของรหัสบนเว็บเพจ ซึ่งทําหน้าที่ต่างๆ เช่น ทําให้เซิร์ฟเวอร์ อื่นสามารถวัดยอดการเข้าชมเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และมักใช้เชื่อมโยงกับคุกกี้ โดยรหัสดังกล่าวจะทําการติดตามเมื่อมี การดาวน์โหลดพิกเซลเพื่อบ่งชี้ว่าผู้ใช้งานได้เข้าเชื่อมต่อกับจอภาพใด หรือบางส่วนของจอภาพใด

ด้วยการทํางานของคุกกี้และพิกเซล จะทําให้บริษัทสามารถจดจําผู้ใช้บริการที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ และ แอปพลิเคชันของบริษัท ทราบถึงจํานวนและวัตถุประสงค์ของผู้ที่ใช้บริการเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และช่วยให้บริษัทจัด บริการข้อมูล พัฒนาประสบการณ์การเข้าชมเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ นําเสนอบริการ สิทธิพิเศษ ผลิตภัณฑ์ กิจกรรม หรือโฆษณาที่ตรงกับพฤติกรรม และความสนใจสําหรับท่านด้วย

ข้อ 7 การคุ้มครองข้อมูลการเงิน

การรักษาความลับข้อมูลด้านการเงินส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งต่อบริษัท บริษัทจะไม่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่เท่าที่ระบุไว้ในนโยบายส่วนบุคคลฉบับนี้ ดังนั้น ข้อมูลสถิติของผู้ใช้บริการ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลที่ท่านให้ความยินยอมต่อผู้โฆษณา หรือพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับบริการทางการเงิน รวมถึงการใช้บริการของลูกค้าของบริษัท

ข้อ 8 ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต และดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของท่าน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับมาจะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น

ข้อ 9 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการ ดังนี้

1. การเพิกถอนความยินยอม : ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมของท่านในการจัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท

2. การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านสามารถขอเข้าถึง ขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล

3. การได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และถ่ายโอนข้อมูล : ท่านมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ได้ให้ไว้กับบริษัทในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิในการถ่ายโอนข้อมูลของท่านสำหรับการใช้งานในบริการของบุคคลอื่น และในการใช้สิทธิดังกล่าวนี้ ท่านมีสิทธิที่จะให้บริษัทถ่ายโอนข้อมูลไปยังบุคคลอื่นๆ โดยตรง หากสามารถกระทำได้โดยทางเทคนิค

4. การคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับท่าน ในกรณีดังนี้

4.1) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

4.2) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่กรณีจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท

4.3) กรณีที่เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ด้วยเหตุจำเป็น เพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เว้นแต่บริษัทแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

5. การขอลบ หรือเปลี่ยนแปลงสถานะข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านสามารถขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ระบุตัวบุคคล เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว

6. การขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านสามารถขอให้บริษัทระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด หรือบางส่วน เป็นการชั่วคราวหรือถาวร

7. การแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง : ท่านสามารถขอแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง และทำให้ข้อมูลของท่านเป็นปัจจุบัน

8. การร้องเรียน : ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทนั้นฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ข้อ 10 การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อท่านใช้บริการ ทำธุรกรรม หรือร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัท Thaiger ถือว่าท่านได้รับทราบและยินยอมปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต

บริษัทอาจจะแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเผยแพร่ประกาศการแก้ไขเพิ่มเติมบนเว็บไซต์และช่องทางอื่นของบริษัท และถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดของนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้

ข้อ 11 การเปลี่ยนแปลงนโยบายส่วนบุคคล

บริษัทได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำระเบียบ คำสั่ง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินงานตามแนวนโยบายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อีกทั้งยังเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่กำหนด

ข้อ 12 ช่องทางการติดต่อ

หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตลอดจนมีข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Thaiger
ตึกอโศกทาวเวอร์ ซอย สุขุมวิท 21 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.)
อีเมล : ติดต่อด้านคอนเทนต์ news-th@thethaiger.com, ติดต่อโฆษณา sales@thethaiger.com

Thaiger deals