‘รัชดา’ เผย ภูมิต้านทานวัคซีนเข็มกระตุ้น ป้องกัน โอมิครอน อะไรดีสุด?
รองโฆษกสำนักนายกฯ เผย ภูมิต้านทานวัคซีนเข็มกระตุ้น ต่อ โอมิครอน และ เดลตา ยก ซิโนแวคสองเข็ม ไฟเซอร์ เต็มด้วยป้องกันโควิดได้ดีสุด
นางสาว รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยถึงผลวิจัยจากศูนย์วิจัยคลินิกศิริราชภูมิต้านทานโควิดสายพันธุ์เดลตาและโอมิครอนหลังจากการฉีดวัคซีนเข็มที่สาม
โดยข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช รายงานผลการวิจัยเบื้องต้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันชนิด PVNT50 ต่อ โควิด19 สายพันธุ์เดลตาและโอมิครอน (ณ 10 ม.ค.65) ด้วยวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 แอสตร้าเซเนก้า ไฟเซอร์ครึ่งโดส และไฟเซอร์เต็มโดส ที่ 2 สัปดาห์หลังกระตุ้นเข็มที่ 3 ในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนซิโนแวคหรือแอสตร้าเซเนก้ามาแล้ว 2 เข็ม
แนะนำให้ผู้ที่ฉีดซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม และแอสตร้าเซเนก้ามาแล้ว 2 เข็ม ควรฉีดเข็มกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ จะได้ระดับภูมิคุ้มกันที่สูงสุดทั้งต่อเดลตาและโอมิครอน สำหรับผลการวิจัยพบว่า
ซิโนแวค+ซิโนแวค+แอสตร้าเซเนก้า
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ = 587 GMT -ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์สายพันธุ์โอมิครอนได้ระดับต่ำกว่าประมาณ 2-3 เท่า = 170 GMT
ซิโนแวค+ซิโนแวค+ไฟเซอร์ครึ่งโดส
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ดี = 1,002 GMT
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์โอมิครอนได้ระดับต่ำกว่าประมาณ 2 เท่า = 507 GMT
ซิโนแวค+ซิโนแวค+ไฟเซอร์เต็มโดส
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ดี = 1,143 GMT
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์โอมิครอนได้ระดับต่ำกว่าประมาณ 2 เท่า = 531 GMT
แอสตร้าเซเนก้า+แอสตร้าเซเนก้า+แอสตร้าเซเนก้า
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ดี = 121 GMT
-สายพันธุ์โอมิครอนได้ไม่ดีนัก = 22 GMT
แอสตร้าเซเนก้า+แอสตร้าเซเนก้า+ไฟเซอร์ครึ่งโดส
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ดี = 674 GMT
-สายพันธุ์โอมิครอนได้ระดับต่ำกว่าประมาณ 2-3 เท่า = 232 GMT
แอสตร้าเซเนก้า+แอสตร้าเซเนก้า+ไฟเซอร์เต็มโดส
-ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ดี = 917 GMT
-สายพันธุ์โอมิครอนได้ระดับต่ำกว่าประมาณ 2-3 เท่า = 521 GMT
คำแนะนำสำหรับผู้ที่ฉีดซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม และแอสตร้าเซเนก้ามาแล้ว 2 เข็ม ควรฉีดเข็มกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ จะได้ระดับภูมิคุ้มกันที่สูงสุดทั้งต่อเดลตาและโอมิครอน”