ข่าวต่างประเทศ

ฮุน มาเนต กลับลำ เลิกดึงดันไป “ศาลโลก” พร้อมเจรากับไทย

สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ รายงาน ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศปรับทิศทางนโยบายต่างประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับการเจรจาโดยตรงกับประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขตแดน แทนการมุ่งหน้าพึ่งพากระบวนการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกเหมือนที่ผ่านมา

ผู้นำกัมพูชากล่าวถึงเรื่องนี้ในพิธีเปิดโครงการคลองฟูนันเตโช ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ยอมรับว่าแม้ศาลโลกจะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ความรวดเร็วกับประสิทธิภาพของการพูดคุยกันสองฝ่ายคือหัวใจหลักในเวลานี้

ฮุน มาเนต มองว่ากลไกระหว่างประเทศมักใช้เวลานานหลายปีในการตัดสินคดี ซึ่งส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนต้องตกอยู่ในสภาวะความไม่แน่นอนรวมถึงความวุ่นวายไม่จบสิ้น

บทเรียนจากสงครามในยูเครนกับกาซาเป็นสิ่งที่ผู้นำกัมพูชายกขึ้นมาเตือนสติ ชี้ให้เห็นว่าการสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนนั้นมีแต่ความสูญเสีย สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ต้องกลับมานั่งโต๊ะเจรจากันอยู่ดี ดังนั้นหากประตูการพูดคุยยังเปิดอยู่ กัมพูชาก็พร้อมจะใช้โอกาสนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อของประชาชน

กลไกหลักที่กัมพูชาจะนำกลับมาใช้คือคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ภายใต้กรอบ MOU 2543 ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันทั้งสองประเทศสามารถตกลงตำแหน่งหลักเขตแดนไปได้แล้ว 43 จุด จากทั้งหมด 74 จุดตามแนวพรมแดนยาว 874 กิโลเมตร ซึ่งหมายความว่างานปักปันเขตแดนสำเร็จไปมากกว่าครึ่งแล้ว

Cambodia’s Prime Minister Hun Manet arrives to attend the ‘One Health Summit’ in Lyon, France, Tuesday, April 7, 2026. (Christophe Petit Tesson, Pool Photo via AP)

ความมั่นใจในการหันมาเจรจา ส่วนหนึ่งมาจากสัญญาณที่ดีของรัฐบาลไทยชุดใหม่ โดยเฉพาะนโยบายของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ระบุชัดเจนว่าต้องการแก้ปัญหาเขตแดนกับกัมพูชาด้วยสันติวิธี ฮุน มาเนต มองว่าเมื่อนโยบายของผู้นำทั้งสองประเทศสอดคล้องกันแบบนี้ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการเดินหน้าพูดคุยอย่างจริงจัง

แม้จะมีกลุ่มนักวิเคราะห์หรือผู้วิจารณ์บางส่วนออกมาแสดงความกังวล แต่ผู้นำกัมพูชายืนยันว่าขอเลือกทางเดินที่มีความหวัง แม้โอกาสสำเร็จจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม เพราะดีกว่าการพาประเทศไปสู่ทางตันของสงครามอาวุธที่ทำลายความเชื่อใจกับทุกความก้าวหน้า ฮุน มาเนต อยากเห็นพื้นที่ชายแดนที่เคยมีเสียงปืนเปลี่ยนเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพรวมถึงความมั่งคั่งร่วมกัน

นอกจากนี้ ฮุน มาเนตยังเน้นย้ำถึงเรื่องมนุษยธรรม เนื่องจากชาวกัมพูชาจำนวนมากยังไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่หรือซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากการปะทะในอดีตได้ การใช้กลไก JBC ยังช่วยเรื่องการกวาดล้างทุ่นระเบิดเพื่อให้ชาวบ้านกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่มีรายงานว่ากองทัพไทยเริ่มก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรในบางพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหาทับซ้อน ซึ่งทางกัมพูชาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้ทางฝ่ายไทยเตรียมทีม JBC ให้พร้อมเพื่อกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง

A Thai soldier guards outside the scam compound in O’Smach, Cambodia, Tuesday, April 7, 2026. (AP Photo/Sakchai Lalit)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button