ยาบ้าถูกกว่าข้าว วัยรุ่นแห่ติดพุ่งเกือบ 80% สูตรผสมจนเสี่ยงป่วยจิตเวช

คดีเสพยาเสพติดพุ่งเกือบ 80% พบเยาวชนใช้ยาสูตรผสมจนเสี่ยงป่วยจิตเวช สสส. ผนึกกำลังจัดงานถ่ายทอดบทเรียนสร้างพื้นที่ปลอดภัย เผยความสำเร็จชุมชนบ้านยางนมกับเรื่องราวอดีตนักค้ายาที่กลับตัวเป็นที่ปรึกษาให้สังคม
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพจัดเวทีถ่ายทอดบทเรียนภาคประชาชนสร้างชุมชนสุขภาวะและพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต งานนี้มีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันบทเรียนจากผู้ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองพร้อมนำเสนอแนวทางการสร้างพื้นที่ปลอดภัยโดยเครือข่ายภาคประชาชน
นายพิทยา จินาวัฒน์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. เปิดเผยข้อมูลน่าตกใจว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วมด้วยเกือบ 400,000 คน แม้ภาพรวมคดียาเสพติดจะลดลง ทว่าคดีที่เกิดจากการเสพกลับพุ่งสูงถึง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีครอบครอง ยาบ้า กัญชา รวมถึงกระท่อม ยังคงเป็นวังวนที่เยาวชนไทยหลุดพ้นได้ยาก นายพิทยาตั้งข้อสังเกตว่าปัญหานี้เกิดจากการที่เยาวชนเข้าถึงยาเสพติดได้ง่าย ราคาบ้าปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 30-50 บาทต่อเม็ด
สสส. มองว่าปัญหานี้สะท้อนความไม่ปกติของสังคมไทย จึงเร่งประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด แนวทางหลักคือการใช้ความรู้ทางวิชาการร่วมกับการปฏิบัติจริงในพื้นที่ เน้นกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมใช้ชุมชนเป็นฐาน
นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด อธิบายถึงความท้าทายใหม่ว่า เยาวชนเริ่มใช้ยาเสพติดตั้งแต่อายุยังน้อย หลายคนนิยมเสพแบบผสมหลายชนิด โดยเฉพาะยาเสพติดสังเคราะห์ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ หรือยาคลายเครียดที่หาซื้อได้ทางออนไลน์ การผสมยาเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบประสาทจนอาจนำไปสู่อาการป่วยทางจิตเวช
นายวัชรพงศ์ยืนยันว่าการปราบปรามหรือใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ปัญหายาเสพติดเชื่อมโยงกับโครงสร้างสังคมและค่านิยมที่ซับซ้อน ทางออกระยะยาวคือต้องสร้างกลไกป้องกันระดับชุมชน ให้ผู้นำพร้อมประชาชนตื่นตัวลุกขึ้นมาร่วมกันเฝ้าระวัง ดูแลกลุ่มเสี่ยง และให้กำลังใจผู้ป่วย
นางพิมลพรรณ เฉลยอาจ ผู้ใหญ่บ้านยางนม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าถึงความสำเร็จของการใช้ชุมชนเป็นฐาน อดีตหมู่บ้านยางนมเคยขึ้นชื่อเรื่องเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดรุนแรง ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นมากหลังจากผู้นำชุมชนลงมือทำงานอย่างเข้มแข็ง
เธอบอกว่าชุมชนยังคงเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงคือเยาวชนอายุ 9-15 ปีที่มาจากครอบครัวเปราะบาง ทีมงานเปลี่ยนแนวคิดจากการบังคับให้ผู้เสพเลิกยา 100% มาเป็นเป้าหมายทำอย่างไรให้เขาอยู่ร่วมกับสังคมได้โดยไม่สร้างปัญหา การดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชจำนวน 8 คน ส่งผลดีต่อความปลอดภัยของชาวบ้านกว่า 800 คนในชุมชนอย่างเห็นได้ชัด
นายวัฒนา อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด หนึ่งในวิทยากรของงาน แบ่งปันเรื่องราวการกลับตัวเป็นคนดี เขาเคยถูกคุมขังในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เมื่อได้รับโอกาสกลับสู่สังคม เขาได้รับแรงสนับสนุนจากสภาชุมชนคำเมย จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันเขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กำลังใจผู้พ้นโทษหรือคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาหวังว่าจะช่วยเพื่อนที่หลงผิดไม่ให้กลับไปทำผิดซ้ำพร้อมร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่อไป
ที่มา: สสส
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หดหู่ ดญ.13 ลูกพี่ลูกน้อยเมายาบ้า ขืนใจนับ 10 ครั้งจนมดลูกอักเสบ ตายายแท้ๆ ขอไม่ให้เอาเรื่อง
- ระทึกกลางเมืองหนองคาย! ขนยาบ้า 6 ล้านเม็ด ยิงตร.เจ็บ 2 นาย ก่อนวิสามัญ
- วิสามัญ คนร้ายขนยาบ้า หลังยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ พบของกลาง 2.5 ล้านเม็ด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:

![หวิดตายหมู่ 29 ศพ คนขับรถนร. พุ่งตัดหน้ารถไฟ เด็กกรีดร้องลั่น [คลิป]](https://thethaiger.com/th/wp-content/uploads/2026/04/bus-train-29--390x220.jpg)



