เปิดร่างนโยบาย 23 ข้อ รัฐบาล “อนุทิน” เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้

เปิดร่างนโยบาย รัฐบาล “อนุทิน” เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้ กาง 23 วาระด่วน ลุยแก้หนี้ รับทหารอาสาแสนนาย ดัน Super License
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ ร่างนโยบายฉบับสมบูรณ์มีความยาว 19 หน้ากระดาษ ครอบคลุมการทำงานทุกมิติ โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569 นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีความสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ และหมวด แนวนโยบายแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) เรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและพี่น้องประชาชนให้ทราบถึง หลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลภายใต้การนำของกระผม จะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
- ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหาร ราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของกระผมได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญ ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส การจัดทำมาตรการลดภาระ ค่าใช้จ่ายของประชาชน การแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาและการปกป้อง อธิปไตยของประเทศ การปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติดอย่างเข้มข้น การสร้างความปลอดภัย และการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหาคอขวดเพื่อกระตุ้น การลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเร่งเจรจาการค้าและการบุกตลาดใหม่ ที่มีศักยภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การยกเลิกมูลค่าขั้นต่ำและเก็บอากรสินค้านำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศ การผลักดันให้ประเทศไทย เข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ การประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศได้เร็วขึ้น รวมทั้งการจัดทำประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่ การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยรัฐบาลสามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ติดหล่มให้กลับมาขยายตัวสูงขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 4 ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว
อย่างไรก็ดี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงอันเป็นผลจากสถานการณ์ ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ทำให้การผลิต การขนส่งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติของโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงาน โดยมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการจัดหาพลังงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสถานการณ์นี้ไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด ที่ผ่านมารัฐบาล ได้ใช้ความพยายามในการบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องคนไทย ผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่ภายใต้อำนาจและหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ อาทิ การยกระดับบริการกงสุล เพื่อคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ ของประเทศ การบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุน ผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี สารเคมีอุตสาหกรรม วัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อความสามารถ ในการผลิตและการแข่งขันของประเทศ การบริหารสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ให้เกษตรกรไทย รวมทั้งการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ
เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ ตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 2 เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยต่าง ๆ ให้กับพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาผลกระทบ จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ การหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้า-ส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบ ต่อผู้ประกอบการธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงัก ของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการพลิกวิกฤตของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศและการเจรจากับประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศ ในการเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งจัดทำ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้มีผลบังคับใช้ได้ทัน ปฏิทินงบประมาณปกติ และจะดำเนินการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ นอกจากภารกิจในการบริหารสถานการณ์เฉพาะหน้าข้างต้นแล้ว จากการประเมิน ความท้าทายและฉากทัศน์การพัฒนาในระยะต่อไป ประเทศไทยในวันนี้อยู่ในจุดที่กำลังเผชิญกับภัย ที่ล้วนเป็นแรงกดดันและบั่นทอนศักยภาพการเติบโตให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยที่ภัยส่วนใหญ่ ยังมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยด้านเศรษฐกิจจากวิกฤตหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยี และผลิตภาพโดยรวมที่ถดถอย ภัยด้านสังคมจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำ ปัญหายาเสพติด ความไม่เข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ความเหลื่อมล้ำในสังคม ข้อจำกัดของทุนมนุษย์ และระบบสวัสดิการ ภัยด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยพิบัติ อย่างต่อเนื่อง และภัยด้านความมั่นคงจากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดภัยคุกคาม ทางไซเบอร์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ระเบียบโลกเดิมที่เคยเกื้อหนุนความมีเสถียรภาพ ด้านความมั่นคงและการค้าเสรี กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บริบทใหม่ที่มีความไม่แน่นอนและเต็มไปด้วย ความท้าทาย อาทิ การเก็บภาษีนำเข้าและดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อประโยชน์ของประเทศตน ความขัดแย้งทางอาวุธ การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
การเข้ารับหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ รัฐบาล จะมุ่งดำเนินการต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงกติกาใหม่และขั้วอำนาจของโลกที่ยังไม่มี ความแน่นอนได้อย่างยืดหยุ่นและสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และมีคุณภาพ เพื่อนำความกินดีอยู่ดีและสร้างความสงบสุขให้คนไทยทุกคน ควบคู่กับการสร้างอนาคตของคนไทย ด้วยการเพิ่มศักยภาพคนไทยให้มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถปรับตัวตอบสนองกับสถานการณ์และความเสี่ยงที่ยากจะคาดการณ์ได้
รัฐบาลจะปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจและทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน โดยยึดความกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก และรัฐบาลจะทำหน้าที่รวมพลังภาคเอกชน และประชาชน เพื่อปลุกพลังในสังคมไทยให้เข้มแข็ง สร้างบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลก อย่างมีเกียรติภูมิ ปกป้องอธิปไตยและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งปรับบทบาทภาครัฐ เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัล ของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านการทำงานโดยเฉพาะการให้บริการของภาครัฐไปสู่ ระบบดิจิทัล (Government Digital Transformation) ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับ การสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นและมีภูมิต้านทาน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ
1. สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึง: รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จโดยยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง สนับสนุนการเข้าถึงความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยีผ่านโครงการต่างๆ ดึงผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม และผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อกระจายอำนาจการคลังสู่ท้องถิ่น
2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและแข่งขันได้: รัฐบาลสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เช่น ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล ปรับระบบส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดต่างชาติ พัฒนามหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม เพิ่มทางเลือกระดมทุนผ่านกองทุนรวมวายุภักษ์ และยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันสมัย
3. ด้านการค้า “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า”: รัฐบาลพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลและจัดการปัญหานอมินี ให้แต้มต่อสินค้าไทยในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เจรจาขยายตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว และส่งเสริมความสามารถในภาคบริการ เช่น การศึกษาและสุขภาพ
4. ด้านการเกษตร “เปลี่ยนผ่านสู่เกษตรแม่นยำ มั่นคง ยั่งยืน”: รัฐบาลใช้เทคโนโลยี AI และเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเพิ่มผลิตภาพการเกษตร ใช้ Big Data วางแผนการผลิตและจำหน่าย ปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน และผลักดันอุตสาหกรรมเกษตรไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก 5. ด้านการท่องเที่ยว: รัฐบาลปรับโอนภารกิจการท่องเที่ยวไปกระทรวงวัฒนธรรม พัฒนาไทยเป็นจุดหมายการเดินทางตลอด 365 วัน สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและพื้นที่รองรับผู้ทำงานจากทุกที่ (Work from Anywhere) จูงใจคนไทยเที่ยวในประเทศด้วยมาตรการภาษี และบังคับใช้กฎหมายเพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
6. เสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก: รัฐบาลดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุก ยึดมั่นระบอบพหุภาคี และเตรียมความพร้อมเป็นประธานอาเซียนปี 2571
7. เสริมสร้างเสถียรภาพ: รัฐบาลรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจและแสวงหาพันธมิตรใหม่
8. ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ: รัฐบาลบูรณาการทำงานแบบทีมประเทศไทย และเร่งผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571
9. ส่งเสริมความมั่นคงชายแดน: รัฐบาลสร้างกำแพงชายแดนเพื่อป้องกันภัยคุกคามและยาเสพติด สานต่อการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา พร้อมศึกษาแนวทางยกเลิก MoU 2544 และแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
10. สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: รัฐบาลปราบปรามการพนันผิดกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายขจัดยาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลย และทบทวนนโยบายวีซ่าฟรีเพื่อสกัดกั้นอาชญากรข้ามชาติ
11. พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและศักยภาพกองทัพ: รัฐบาลจัดหาอาวุธอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย
12. พัฒนาระบบทหารอาสาและปฏิรูปเกณฑ์ทหาร: รัฐบาลเปิดรับทหารอาสา 100,000 อัตรา รูปแบบสัญญาจ้าง 4 ปี เพื่อเป็นรากฐานสู่ระบบสมัครใจในระยะยาว
ด้านสังคม
13. เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ: รัฐบาลสร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์ฟรี ปรับหลักสูตรให้ผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที และส่งเสริมทักษะด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศระดับนานาชาติ
14. พัฒนาระบบประกันสุขภาพ: รัฐบาลพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลให้เชื่อมโยงกันเพื่อสิทธิรักษาทุกที่ ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้รองรับแรงงานยุคใหม่ และส่งเสริมการใช้ AI ทางการแพทย์รวมถึงผลิตยาในประเทศ
15. สร้างเสริมสถาบันครอบครัวและชุมชน: รัฐบาลพัฒนาพลเมืองให้มีความรับผิดชอบ สร้างสภาพแวดล้อมรองรับสังคมสูงวัย ส่งเสริมเศรษฐกิจผู้สูงอายุ จัดสถานที่พักพิงสำหรับกลุ่มเปราะบาง และตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
16. บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติ: รัฐบาลใช้ Big Data และ AI พยากรณ์อากาศและปริมาณน้ำ พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานป้องกันภัยพิบัติ
17. พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ: รัฐบาลพัฒนาระบบประกันที่ครอบคลุมทุกครัวเรือน เพื่อลดความเสี่ยงและเยียวยาประชาชนอย่างรวดเร็ว
18. บรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปี 2050: รัฐบาลส่งเสริมเกษตรลดการปล่อยคาร์บอนและลดการเผา เปิดตลาดไฟฟ้าเสรี สนับสนุนพลังงานสะอาด ผลักดันระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต และฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว
19. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: รัฐบาลเร่งจัดสรรที่ดินทำกิน สร้างอาชีพเพื่อลดการบุกรุกป่า และใช้กฎหมายปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
20. ราชการทันใจมุ่งสู่ระบบดิจิทัล: รัฐบาลผลักดันกฎหมาย Super License ให้เสร็จใน 180 วัน เพื่อลดขั้นตอนการบริการ และเสนอชุดกฎหมาย (Omnibus Law) แก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใน 1 ปี
21. ปฏิรูประบบราชการ: รัฐบาลลดขนาดภาครัฐผ่านการเกษียณก่อนกำหนด เปลี่ยนบทบาทรัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก ส่งเสริมการทำงานแบบ Work from Anywhere และตัดรายจ่ายไม่จำเป็น
22. พัฒนากฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น: รัฐบาลทบทวนกฎหมายลำดับรองเพื่อลดขั้นตอน ยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อน ปรับปรุงกฎหมายรองรับธุรกิจสมัยใหม่และการใช้ AI แก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด บังคับประเมินผลกระทบก่อนออกกฎหมายใหม่ และกำหนดกรอบเวลาสภาฯ พิจารณาร่างกฎหมายการเงินใน 60 วัน
23. แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง: รัฐบาลลดขั้นตอนใช้ดุลพินิจ เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ บูรณาการฐานข้อมูล และใช้ AI ตรวจจับการทุจริต เพื่อยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทย
ที่มา: คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ฉบับเต็ม)
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อนุทิน สั่งเบรกต้อนรับหรู! กำชับผู้ว่าพากิน “ข้าวหมกไก่-ข้าวมันไก่” ร้านปกติ
- อนุทิน จ่อใช้มาตรการ สั่งเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน 4 ทุ่มถึงตี 5 เริ่มหลัง 20 เมษายน 69
- เปิดโฉมหน้า ครม. อนุทิน 2 คนเก่งเพียบ ถวายสัตย์ฯ แล้ว
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





