ข่าว

เจ้าของบริษัทขนส่ง สั่งพนักงานงดเติมน้ำมัน PT ให้นำบัตรฟีดการ์ดมาคืน

เจ้าของบริษัทขนส่ง ประกาศงดเติมน้ำมัน PT หลังดูรายการกรรมกรข่าว 30 มี.ค. 69 เห็น “พิพัฒน์” ชี้แจงปมกั๊กน้ำมัน รู้สึกรัฐโทษประชาชน สั่งคืนบัตรฟีดการ์ด PT ทั้งหมด

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เจ้าของบริษัทขนส่งรายหนึ่งที่ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ก.เหล่าพิลัย ขนส่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเวลา 08.11 น. สั่งการถึงพนักงานขับรถทุกคนในบริษัทให้งดเติมน้ำมันที่สถานีบริการ PT งดใช้บริการทุกประเภทของ PT และให้นำบัตรฟีดการ์ด PT ที่เหลืออยู่มาคืนทั้งหมด

เจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า “ให้พนักงานขับรถบริษัทผมทุกท่าน งดเติมน้ำมัน PT งดใช้บริการใดๆ ของ PT และให้นำบัตรฟีดการ์ด PT ที่เหลือมาคืน”

พร้อมติดแฮชแท็ก #รวยไม่ไหวแล้วรวยแต่พวกมึง #งดเติมน้ำมันPT โดยเจ้าตัวบอกว่าดูรายการสรยุทธเมื่อวานแล้วรับไม่ได้ รู้สึกเหมือนรัฐบาลโทษว่าประชาชนเป็นฝ่ายผิด ทั้งที่ประชาชนก็เดือดร้อนจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 09.05 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ตอบคำถามของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรณีมีการกั๊กน้ำมันก่อนประกาศขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตรหรือไม่

นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า ต้องแยกดู 2 ขั้นตอน ขั้นแรกคือกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีคำสั่งให้ผู้ค้าสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้ค้าต้องสำรองน้ำมันเพิ่ม 0.5% จากเดิม 1% และเมื่อถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 ต้องสำรองเพิ่มอีก 1.5% รวมเป็น 3% ขณะที่ไทยไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ผู้ค้าทุกรายจึงต้องเก็บสำรองตัวเลขเพิ่มขึ้นตามคำสั่ง

เจ้าของบริษัทขนส่งรายหนึ่งที่ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ก.เหล่าพิลัย ขนส่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเวลา 08.11 น. สั่งการถึงพนักงานขับรถทุกคนในบริษัทให้งดเติมน้ำมันที่สถานีบริการ PT
ภาพจาก : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว, .เหล่าพิลัย ขนส่ง

นายพิพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า หากผู้ค้ารายใดไม่ทยอยเก็บสำรองตามที่กำหนด เมื่อกระทรวงพลังงานไปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ทั้งบริษัทและผู้บริหารจะต้องรับผิดชอบ ถึงขั้นขึ้นศาลและจ่ายค่าปรับ ทุกบริษัทจึงมีความเครียดเรื่องนี้เหมือนกันหมด ไม่ใช่แค่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง

ต่อมานายพิพัฒน์เป็นผู้เสนอให้ยกเลิกการสำรองเพิ่ม 0.5% และ 1.5% คงเหลือเพียง 1% เพราะเกรงว่าผู้ค้าจะแบกรับภาระไม่ไหว เนื่องจากไม่มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป แต่ผู้ค้าต้องดูดซับน้ำมันจากตลาดในประเทศไปเก็บสำรอง ทั้งยังต้องคำนวณจากปริมาณยอดขายทั้งปี ไม่ใช่แค่เดือนใดเดือนหนึ่ง

ด้านนายกรณ์ตั้งคำถามกลับว่า หลังสั่งยกเลิกไปแล้วก็ยังขาดแคลนอยู่ดี การสั่งให้สำรองเพิ่มในสภาวการณ์เช่นนี้จึงยังเป็นคำถามที่ต้องตอบ นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลต้องสั่งเก็บสำรองเพิ่มเพราะไม่มั่นใจว่าจะหาน้ำมันเข้ามาได้เพียงพอ ต้องให้ผู้ค้าจัดหาน้ำมันสำรองเพื่อการันตีว่าประเทศมีน้ำมันใช้มากกว่า 60 วัน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์เป็นผู้ก่อตั้งสถานีบริการน้ำมัน PT หรือบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน PTG มีนายพิทักษ์ รัชกิจประการ น้องชายของนายพิพัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขณะที่ PT เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ไม่มีโรงกลั่นของตนเอง จึงต้องทำสัญญาซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นหลายแห่ง

เช่น ไทยออยล์ IRPC และบางจาก มีแฟรนไชส์กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ความเชื่อมโยงระหว่างตำแหน่ง รมว.คมนาคม ผู้กำกับดูแลนโยบายด้านพลังงานขนส่ง กับตระกูลที่เป็นเจ้าของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤตน้ำมัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลจาก

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button