การเงินเศรษฐกิจ

เช็กเกณฑ์เยียวยาน้ำมัน รถบรรทุก-บัส-ไรเดอร์ รับสิทธิ์อุดหนุน เริ่ม 1-30 เม.ย.นี้

เกณฑ์เยียวยาน้ำมัน รถบรรทุก-บัส-ไรเดอร์ รับสิทธิ์อุดหนุน เริ่ม 1 – 30 เมษายน 2569 กระทรวงคมนาคม ชดเชยส่วนต่างราคาเชื้อเพลิงแบบพุ่งเป้า 4 กลุ่ม พร้อมตรึงค่าโดยสารช่วงสงกรานต์

หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิดรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ดันราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์พุ่งจาก 198.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปแตะ 242.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับกองทุนน้ำมันฯ ต้องแบกภาระชดเชยวันละราว 2,592 ล้านบาท จนฐานะกองทุนติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท

แรงกระเพื่อมจากราคาน้ำมันกระทบภาคขนส่งโดยตรง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 จึงเห็นชอบ 7 มาตรการเร่งด่วนตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง หนึ่งในนั้นคือมาตรการช่วยเหลือกลุ่มขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มรถบรรทุกสินค้า และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ

ชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน 4 กลุ่ม ใครได้เท่าไร

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยรายละเอียดมาตรการชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมันแบบพุ่งเป้า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยแบ่งผู้ได้รับสิทธิ์ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรก รถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป จำนวน 287,175 คัน ได้รับการสนับสนุนน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับการอุดหนุนสูงสุด เนื่องจากเป็นหัวใจของห่วงโซ่การขนส่งสินค้าทั่วประเทศ

กลุ่มที่สอง รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ ทั้ง บขส. และรถร่วมฯ ในหมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน ได้รับการสนับสนุนน้ำมัน 4 บาทต่อลิตร

กลุ่มที่สาม รถโดยสารขนาดเล็ก ได้แก่ รถสองแถวและรถตู้ หมวด 4 จำนวน 19,414 คัน ได้รับเงินสนับสนุน 300 บาทต่อคันต่อวัน

กลุ่มที่สี่ รถจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์ จำนวน 114,653 คัน ได้รับเงินสนับสนุน 300 บาทต่อคันต่อเดือน

เงื่อนไขรับสิทธิ์ ต้องมี GPS และลงทะเบียน
สหภาพไรเดอร์ – Freedom Rider Union

เงื่อนไขรับสิทธิ์ ต้องมี GPS และลงทะเบียน

มาตรการทั้งหมดมีผลระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2569 โดยจะคำนวณเงินชดเชยตามการใช้งานจริงผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชัน เพื่อให้เงินถึงมือผู้ขับขี่โดยตรง ส่วนกลุ่มรถบรรทุกที่มีระบบ GPS ติดตามอยู่แล้ว

รัฐบาลจะโอนเงินอุดหนุนผ่านพร้อมเพย์ตามจำนวนที่ใช้จริง ขณะที่รถโดยสารขนาดเล็กและมอเตอร์ไซค์รับจ้างจะต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกก่อน เพื่อเข้าสู่ระบบติดตามการใช้งาน

ตรึงค่าโดยสาร ประชาชนเดินทางสงกรานต์ราคาเดิม

นอกจากการชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมันแล้ว กระทรวงคมนาคมยังสั่งตรึงราคาค่าโดยสารรถสาธารณะทุกประเภท โดยยังคงใช้อัตราค่าโดยสารภายใต้ฐานต้นทุนราคาน้ำมันที่ 33 บาท ส่วนต่างราคาน้ำมันที่เกินกว่านั้นรัฐบาลจะเข้าชดเชยให้ เพื่อให้ประชาชนเดินทางช่วงสงกรานต์ได้ในราคาเดิม

มาตรการที่สามคือการปลดล็อกน้ำมันสำรองและสนับสนุนดีเซล B20 สำหรับภาคขนส่ง ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปราว 5 บาทต่อลิตร กระทรวงฯ ได้ประสานปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย เพื่อให้มีน้ำมันหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น

นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดจุดเติมน้ำมันพิเศษสำหรับรถสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อแยกออกจากน้ำมันที่ประชาชนทั่วไปใช้ ป้องกันปัญหาน้ำมันขาดแคลนในระบบขนส่ง พร้อมจัดตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบต่อค่าขนส่งอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ มาตรการเยียวยาภาคขนส่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ 7 มาตรการเร่งด่วนที่ ครม. อนุมัติ มาตรการอื่นที่สำคัญ ได้แก่ การพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเป็น 400 บาทต่อเดือน การสนับสนุนค่าปุ๋ยสำหรับเกษตรกรผ่านโครงการธงเขียว การช่วยเหลือชาวประมงด้วยน้ำมัน B20 ราคาพิเศษ การผ่อนปรนเงื่อนไขค่า K ให้ผู้รับเหมาภาครัฐ และวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 10,000 ล้านบาทจากธนาคารออมสินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ SME

ผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องการรับสิทธิ์ตามมาตรการนี้ ควรตรวจสอบว่ารถของตนมีระบบ GPS หรือลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้วหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับเงินชดเชย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button