กัมพูชา ชี้ไทยไม่มีสิทธิฉีก MOU 2543 ฝ่ายเดียว ย้ำจุดยืนแก้ปัญหาผ่าน JBC เท่านั้น

กัมพูชา โต้ข้อเสนอ สว.ไทย ยืนยัน MOU 2543 ไทยยกเลิกฝ่ายเดียวไม่ได้ ย้ำพร้อมเดินหน้าปักปันเขตแดนผ่าน JBC เพื่อรักษาสันติภาพ
วันที่ 26 มี.ค. 2569 โฆษกสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MOU 2543) อย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่าเป็นสนธิสัญญาทวิภาคีที่มีผลผูกพันตามกฎหมายและไม่สามารถยกเลิกได้เพียงฝ่ายเดียว เพื่อตอบโต้รายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นไทยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งอ้างถึงเหตุผลและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภาไทยที่ให้ยกเลิก MOU 43 (MOU 2543)
แถลงการณ์ระบุว่า โฆษกสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐ ปฏิเสธและเพิกเฉยต่อเหตุผลรวมถึงข้อเสนอแนะในการยกเลิก MOU 2543 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภาไทยทั้งหมด เนื่องจากไม่มีมูลความจริง ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และมีแรงจูงใจทางการเมืองที่มุ่งทำลายความสำเร็จของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่ายในช่วงที่ผ่านมา
โฆษกได้ชี้แจงประเด็นสำคัญ 3 ประการ ประการแรก รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ลงนามใน MOU 2543 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนาม นอกจากนี้ยังนำไปจดทะเบียนและฝากไว้ที่สำนักเลขาธิการสหประชาชาติด้วย
MOU 2543 ถือเป็นสนธิสัญญาหรือข้อตกลงทวิภาคีที่เกี่ยวกับกิจการชายแดน ซึ่งก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นกรอบการทำงานที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
ประการที่สอง ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม ไทยไม่สามารถอ้างกฎหมายภายในประเทศ ขั้นตอนการดำเนินงานภายใน หรือเหตุผลอื่นใด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือยกเลิก MOU 2543 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาด้านชายแดนที่ไทยร่วมเป็นภาคีได้ (ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 62 วรรค 2 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ปี 1969)
ประการที่สาม MOU 2543 มอบอำนาจและขอบเขตหน้าที่อย่างเต็มที่ให้แก่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ โดยยึดตามอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1904 สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 แผนที่ซึ่งเป็นผลจากการทำงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างอินโดจีนและสยาม บันทึกการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการอินโดจีน-สยาม ขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) ปี 2003 และรายงานการประชุม JBC ของทั้งสองฝ่ายที่ตกลงร่วมกัน
ในทางปฏิบัติ JBC ประสบความสำเร็จในทิศทางที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการระบุตำแหน่งที่ตั้งจริงของหลักเขตแดนยุคฝรั่งเศสครบทั้ง 74 ต้น การซ่อมแซมและบำรุงรักษาหลักเขตแดนที่ตกลงกันไว้ การลงพื้นที่สำรวจและปักหมุดชั่วคราว การสร้างโครงข่ายหมุดหลักฐานแผนที่ร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย และการสำรวจจุดผ่านแดนต่างๆ อย่างละเอียด
โฆษกยังเน้นย้ำว่าฝ่ายกัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีทุกรูปแบบอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
กัมพูชายังคงเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเดินหน้าสำรวจและปักปันเขตแดนทางบกร่วมกับฝ่ายไทยจนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพระยะยาวตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
โดยสรุปคือ การยกเลิก MOU 2543 ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม นอกจากจะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการเคารพเส้นเขตแดนเดิม (uti possidetis juris) แล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างสองประเทศอย่างสันติ และขัดขวางการสร้างแนวชายแดนที่มีความมั่นคง สงบสุข และได้รับการพัฒนา


ที่มา: KHMER TIMES
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “อนุทิน” ขอบคุณประชาชน เดินหน้าเพิ่มความเข้มข้นปิดด่าน-ยกเลิก MOU44
- สื่อเขมรอ้าง โรงพยาบาลไทย เสี่ยงล้มละลาย เหตุคนกัมพูชาแบนไม่มารักษา
- กองทัพไทย เริ่มสร้างรั้วกั้นชายแดนเขมรถาวร เม.ย. 69 ยาว 1,310 เมตร
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



