รู้หรือไม่ ญี่ปุ่นไม่มีถังขยะสาธารณะ เพราะชายคนนี้ ทำผวาทั้งโลก

ครบรอบ 31 ปี ลัทธิโอมชินริเกียว ปล่อยก๊าซพิษซาริน โจมตีรถไฟใต้ดินโตเกียวปี 1995 คร่า 14 ชีวิต รัฐบาลจึงสั่งเก็บที่ทิ้งสิ่งปฏิกูลทั่วเมือง ไม่มีถังขยะ เปลี่ยนพฤติกรรมคนญี่ปุ่น ให้พกขยะกลับไปทิ้งที่บ้านแทน จนถึงทุกวันนี้
นักท่องเที่ยวหลายคนที่ไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยมักเกิดความสงสัย เมืองสะอาดเรียบร้อยขนาดนี้ ทำไมถึงหาที่ทิ้งขยะยากนัก อดีตประเทศญี่ปุ่นเคยมีที่ทิ้งขยะอยู่ตามหัวมุมถนนเหมือนเมืองอื่นทั่วไป แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1995 หรือเมื่อ 31 ปีที่แล้ว ช็อกคนทั้งโลก
กลุ่มลัทธิโอมชินริเกียว (Aum Shinrikyo) ก่อเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวด้วยก๊าซพิษซาริน โชโกะ อาสะฮาระ ผู้ก่อตั้งลัทธิสั่งการให้สมาชิก 5 คน นำก๊าซพิษไปปล่อยในขบวนรถไฟ เป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจที่กำลังตามจับกุมพวกเขาจากคดีอื่น

ลัทธินี้มีความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกจากสงครามโลกครั้งที่ 3 สมาชิกเตรียมพร้อมสร้างโลกใบใหม่ พวกเขาสามารถดึงดูดคนเก่งรวมถึงนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังเข้าร่วมจำนวนมาก
สมาชิกทั้ง 5 คนแยกกันขึ้นรถไฟ 3 สาย คือสายชิโยดะ สายมารุโนะอุจิ สายฮิบิยะ พวกเขาวางถุงบรรจุก๊าซซารินห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้บนพื้น เมื่อรถไฟใกล้ถึงสถานีปลายทาง พวกเขาใช้ปลายร่มเจาะถุงก๊าซให้รั่ว รีบเดินออกจากขบวนรถไฟเพื่อขึ้นรถหลบหนีไป
ก๊าซซารินเป็นสารเคมีอันตรายระดับอาวุธสงคราม มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันในยุคนาซีคิดค้นสารนี้ขึ้นมาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช ทหารเยอรมันนำมาใช้เป็นอาวุธหลังพบว่าสารนี้ทำอันตรายต่อมนุษย์อย่างรุนแรง ชื่อซารินมาจากตัวอักษรแรกของนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 4 คน คือ Schrader, Ambros, Rüdiger, Van der Linde

สารซารินไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่อของเหลวไหลลงบนพื้นรถไฟ มันระเหยปะปนในอากาศอย่างรวดเร็ว ประตูรถไฟที่เปิดปิดตลอดเวลาช่วยให้อากาศหมุนเวียน ผู้โดยสารไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังสูดดมสารพิษเข้าไป อาการเริ่มจากไออย่างรุนแรง สำลัก อาเจียน หลายคนตาบอด เป็นอัมพาต มีฟองฟอดออกจากปาก
ผู้คนล้มป่วยตามท้องถนน แพทย์ในโรงพยาบาลตรวจพบสารซารินติดอยู่บนเสื้อผ้าของเหยื่อ เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ 14 คน ผู้บาดเจ็บกว่า 5,000 คนต้องเผชิญปัญหาสุขภาพระยะยาว รวมถึงภาวะบาดแผลทางใจหรือ PTSD
แผนเบี่ยงเบนความสนใจของลัทธิล้มเหลว ตำรวจบุกค้นฐานที่มั่นของโอมชินริเกียวในอีก 2 วันถัดมา เจ้าหน้าที่พบอาวุธเคมีปริมาณมหาศาล ตำรวจจับกุมสมาชิกลัทธิหลายร้อยคน เจ้าหน้าที่ตามจับกุมอาสะฮาระตัวการใหญ่ได้ในอีก 2 เดือนขณะซ่อนตัวในห้องลับ ศาลตัดสินประหารชีวิตอาสะฮาระพร้อมสมาชิกระดับสูงอีก 12 คนด้วยการแขวนคอเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2018
ใน ค.ศ. 2007 โอมชินริเกียวยุบลงเป็นกลุ่มอาเลฟและกลุ่มฮิการิโนะวะ สำนักข่าวกรองความมั่นคงสาธารณะ ของญี่ปุ่นประกาศเมื่อ ค.ศ. 2009 ว่า อาเลฟและฮิการิโนะวะเป็นสาขาของ “ศาสนาอันตราย” และออกประกาศในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 ให้กลุ่มทั้งสองอยู่ในความเฝ้าระวังของทางการเป็นเวลาสามปีหรือกว่านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นเลิกเฝ้าระวังฮิการิโนะวะใน ค.ศ. 2017 แต่ยังเฝ้าระวังอาเลฟต่อไป
หลังจากนั้นรัฐบาลมีคำสั่งให้เก็บถังขยะออกจากพื้นที่สาธารณะแทบทั้งหมด
เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำวัตถุอันตรายหรือระเบิดมาซุกซ่อน รัฐบาลต้องการลดความเสี่ยงการก่อการร้ายให้มากที่สุด ลัทธินี้ยังพยายามวางแผนปล่อยก๊าซไซยาไนด์ในห้องน้ำชายที่สถานีรถไฟชินจูกุในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันอีกด้วย
การนำถังขยะออกไปส่งผลดีทางการเงิน รัฐบาลประหยัดงบประมาณกำจัดขยะได้หลายล้านเยน ประชาชนเริ่มปรับตัวนำสิ่งของเหลือใช้กลับไปทิ้งที่บ้าน พวกเขายอมลำบากเพื่อแลกกับความปลอดภัย
วัฒนธรรมการรักษาความสะอาดฝังรากลึกในสังคม โรงเรียนไม่มีภารโรง ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมโอโซจิ หรือการช่วยกันกวาดห้องเรียน ล้างห้องน้ำ เสิร์ฟอาหาร เพื่อฝึกความรับผิดชอบ
พ่อแม่สอนให้ลูกเก็บเศษขยะใส่กระเป๋ากลับมาทิ้งที่บ้าน ทุกครอบครัวต้องแยกขยะตามกฎของเทศบาลอย่างเคร่งครัด บางเมืองมีคู่มือแยกขยะหนาถึง 30 หน้า

ติดตาม The Thaiger บน Google News:





