ข่าวต่างประเทศ

กัมพูชา ยอมรับ แบนสินค้าไทยไม่ได้ทั้งหมด หลังนำเข้าผ่านด่าน สปป.ลาว มากขึ้น

กัมพูชา ยอมรับ นำเข้าสินค้าไทยผ่านด่าน สปป.ลาว มากขึ้น และแบนสินค้าไทยไม่ได้ทั้งหมด เพราะติดข้อตกลงการค้าโลก หลังประชาชนร่วมแบนสินค้าไทย

สื่อกัมพูชารายงานว่า สินค้าจากไทยยังคงไหลเข้าสู่กัมพูชาผ่านทางลาวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปิดพรมแดนและกระแสแบนสินค้าไทยในหมู่ผู้บริโภคชาวกัมพูชา โดยเส้นทางหลักที่ใช้คือด่านพรมแดนสากลตระเปียงเกรียล ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดสตึงแตรงของกัมพูชากับแขวงจำปาสักของลาว ด่านแห่งนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 2560 และกลายเป็นเส้นทางผ่านแดนสำคัญที่มีตู้คอนเทนเนอร์จอดรอข้ามจากลาวเข้ากัมพูชาอยู่เป็นจำนวนมาก

ผู้ว่าฯ จังหวัดสตึงเตรง ระบุว่า กัมพูชาไม่อาจสั่งห้ามสินค้าไทยผ่านด่านพรมแดนสากลได้ทั้งหมด เนื่องจากพันธกรณีที่มีต่อองค์การการค้าโลก (WTO) และอาเซียน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาวะที่ประเทศกำลังรับมือกับปัญหาความมั่นคงชายแดนและผู้พลัดถิ่นอยู่แล้ว

สินค้าไทยที่ผ่านด่านพรมแดนสากลอย่างถูกกฎหมายต้องเสียภาษีและนำรายได้เข้างบประมาณแผ่นดิน ส่วนสินค้าต้องห้ามที่ลักลอบนำเข้าจะถูกยึดและทำลายทันที โดยในอดีตเคยมีการยึดและเผาสินค้าไทยที่ลักลอบนำเข้าทางน้ำมาแล้ว พร้อมดำเนินคดีกับผู้นำเข้า

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการสกัดสินค้าไทยไม่ใช่การห้ามทางกฎหมาย แต่คือการที่ประชาชนร่วมกันปฏิเสธการซื้อสินค้าไทย เพราะหากผู้บริโภคไม่ซื้อ ผู้นำเข้าก็จะไม่นำเข้ามาให้ขาดทุน และสินค้าจะหายไปเองในที่สุด พร้อมเตือนไม่ให้ซ้ำรอยความผิดพลาดในอดีต และเรียกร้องให้ประชาชนเปลี่ยนความรักชาติมาเป็นการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศแทน

ขณะที่ ลัช บุนลอง หัวหน้าด่านตรวจสตึงเตรง-จำปาสัก ยอมรับว่ามีสินค้าไทยบางส่วนเข้ามาทางลาวหลังเกิดวิกฤตพรมแดน แต่ระบุว่าปริมาณการนำเข้าลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคชาวกัมพูชาหันหลังให้สินค้าไทยมากขึ้น จนความต้องการในบางรายการลดลงเกือบเป็นศูนย์

กรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชาเผยว่า การนำเข้าสินค้าจากไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาลดลงถึงร้อยละ 49.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือเพียงกว่า 151 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงหนักที่สุดถึงร้อยละ 60 สินค้าแบรนด์ไทยจำนวนมากขายไม่ออก ผู้นำเข้าบางรายต้องส่งคืนหรือทำลายสินค้าที่หมดอายุ

จากมูลค่านำเข้ารวม ส่วนใหญ่ราว 123 ล้านดอลลาร์เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์ และปัจจัยการผลิตทางอุตสาหกรรม ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีมูลค่าเพียง 27 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

กุน นิม รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมศุลกากรฯ ระบุว่า สินค้านำเข้าที่ยังคงอยู่ส่วนใหญ่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เช่น เครื่องจักรในโรงงาน โดยเตือนว่าการรักษาห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อปกป้องการลงทุนและการจ้างงานในระยะยาวที่สร้างสมมาหลายปี

ด้านการส่งออกของกัมพูชาไปไทยก็ลดลงเช่นกัน ร้อยละ 19.6 เหลือกว่า 58 ล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่าการค้าทวิภาคีไทย-กัมพูชาโดยรวมหดตัวลงร้อยละ 43.5 เหลือเพียง 209 ล้านดอลลาร์

ที่มา: KHMER TIMES

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button