สรุปดราม่า ครูเคท ร่ำไห้ถูกขู่แย่งลูก เก้า เกริกพล ยืนยันไม่เคยโพสต์แยกทางภรรยา

สรุปดราม่า ครูเคท ภรรยา เก้า เกริกพล ไลฟ์ปล่อยโฮหวั่นถูกแย่งลูก พี่สาวฝ่ายชายโต้กลับไม่เคยก้าวก่าย ล่าสุดฝ่ายหญิงโพสต์ขอโทษรับเครียดซึมเศร้าหลังคลอด-ต่างวัฒนธรรม ด้านเก้าเตรียมฟ้องมือมืดตัดต่อภาพเฟกนิวส์อ้างแยกทาง
จากกรณีดราม่า ครูเคท ภรรยาของนักร้อง เก้า เกริกพล เพชรรัตน์ ออกมาไลฟ์สดพูดถึงปัญหาภายในครอบครัว อ้างว่าถูกคนในบ้านขู่จะเอาลูกไปจนทำให้รู้สึกหวาดกลัว และคิดว่าไม่มีใครในประเทศนี้ปกป้องเธอและลูกได้จึงออกมาเล่าผ่านโซเชียล ต่อมา พี่สาวหนุ่มเก้าโพสต์ร่ายยาวเคลียร์ดราม่าภายในบ้าน ระบุว่า
“จากกรณีที่คุณเคท ภรรยาชาวต่างชาติของน้องเก้า เกริกพล ได้ออกมาไลฟ์สดและกล่าวถึงครอบครัวของเราในหลายประเด็นนั้น
ดิฉันในฐานะลูกสาวของบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ขอออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแทนคุณแม่ เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ล่าสุด รวมถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีการโพสต์กล่าวหา ได้ทำให้สังคมออนไลน์เข้าใจผิด และมีการใช้ถ้อยคำด่าทอต่อคุณแม่ของดิฉันโดยที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น
ก่อนหน้านี้ครอบครัวของเราเลือกที่จะเงียบ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสงสารน้องเก้าในฐานะน้องชายของเรา อย่างไรก็ตาม เราได้เคยแจ้งเตือนไปแล้วว่า หากยังมีการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงในลักษณะนี้อีก ครอบครัวของเราจะจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ในส่วนของประเด็นที่ต้องการชี้แจง มีดังนี้
- เรื่องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว
ที่มีการกล่าวอ้างว่าครอบครัวของเก้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตคู่ หรือการเลี้ยงดูลูกของเธอ จนทำให้เกิดปัญหา ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ครอบครัวของเราไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายชีวิตครอบครัวของทั้งสองเลย
- เรื่องการนำลูกของเธอมาเลี้ยงดูหรือเอาไปจากเธอ
ที่มีการกล่าวว่าครอบครัวของเราต้องการจะเอาลูกของเธอมาเลี้ยงนั้น ไม่เป็นความจริงเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม ครอบครัวของเรายังเคยบอกกับเก้าว่า หากทั้งสองต้องแยกทางกันจริง และเธอต้องการเลี้ยงบุตรเพียงคนเดียว เราก็เข้าใจและเคารพสิทธิของเธอในฐานะแม่ที่อุ้มท้องและให้กำเนิด
- เรื่องการอยากใช้ชีวิตกันเพียงพ่อแม่ลูก
เธอเคยกล่าวว่าอยากอยู่กันเพียง 3 คน พ่อ แม่ ลูก ซึ่งในความเป็นจริง ขณะนี้พวกเขาก็อาศัยอยู่กันเพียง 3 คนที่บ้านของแม่ของดิฉัน โดยพ่อและแม่ของดิฉันได้ย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวมานานแล้ว และมาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ
ครอบครัวของเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการชี้แจงครั้งนี้จะทำให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงมากขึ้น และขอให้ทุกฝ่ายใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล อย่าด่าคนอื่นโดยไม่ใช้สมองไตร่ตรองก่อน เพราะเรื่องนี้คนที่รู้ดีคือคนในครอบครัวเท่านั้น
ทั้งนี้ หากยังมีการกล่าวหาหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งทำให้ครอบครัวของเราเสียหาย เราจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
** ในส่วนของปัญหาที่แท้จริงระหว่างทั้งสองคนครอบครัวของเรา จะไม่ขอออกมาพูดถึงรายละเอียดใด ๆ และขอให้เก้าเป็นผู้จัดการเรื่องของตนเอง เพราะเราให้เกียรติและเคารพในความเป็นส่วนตัวของเขา
ที่ผ่านมา แม้เธอจะไม่เคยให้เกียรติครอบครัวของเรา เราก็ไม่เคยนำเรื่องดังกล่าวออกมาพูดหรือถือโทษใด ๆ
สิ่งเดียวที่เราขอ คือ อย่าใช้โซเชียลมีเดียสร้างเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เพื่อให้สังคมและแฟนคลับของเธอเข้าใจผิดและเข้ามาทำร้ายครอบครัวของเรา **
ดิฉันเชื่อว่าไม่ว่าเราอยู่ในวัฒนธรรมไหนไม่มีใครห้ามให้ลูกหยุดรักแม่เมื่อมีภรรยา”


ต่อมา เก้า เกริกพล ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “อันนี้คือประเด็นเรื่องของแม่ผมนะครับ สำหรับคนที่กำลังเข้าใจผิดกันอยู่ ส่วนประเด็นอื่นๆจะมาชี้แจงอีกทีครั้ง ตอนนี้ผมขออนุญาตพาเคทมารักษาสภาพจิตใจก่อนครับ”

จากนั้นไม่นาน พี่สาว เก้า เกริกพล ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขียนข้อความว่า “การบอกให้คนอื่นต้องทำแบบนั้นแบบนี้ เพื่อให้เราสบายใจ อาจเป็นการแก้ปัญหาผิดจุด เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้

คุณลองจินตนาการดูได้ไหมว่าฉันรู้สึกอย่างไร ที่ต้องอยู่ในประเทศที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง มีลูกที่ถือสัญชาติไทย และต้องได้ยินคนพูดแบบนั้นกับฉัน คนที่มีเส้นสายและมีอำนาจ
เมื่อมีคนพูดกับฉันแบบนั้น มันทำให้ฉันกลัวมากจริง ๆ เพราะฉันไม่มีใครที่สามารถปกป้องฉันได้เลยในประเทศนี้ ดังนั้นการออกมาเล่าเรื่องของฉันผ่านโซเชียลมีเดียจึงเป็นหนทางเดียวที่ฉันรู้สึกว่าสามารถปกป้องตัวเองและลูกของฉันได้
ฉันเป็นแค่แม่คนหนึ่ง ที่พยายามปกป้องลูกของตัวเองเท่านั้น ฉันไม่อยากเสียลูกไป และความกลัวนี้มันหนักมากสำหรับฉันจริง ๆ”

จากนั้น เธอร่ายยาวต่อว่า “ฉันอยากจะชี้แจงอีกครั้งว่าครอบครัวของเก้า ที่เขาเติบโตมา ไม่ได้ทำอะไรกับฉัน พวกเขาไม่ได้เข้ามายุ่งกับชีวิตของเรา ถ้าเกาไม่ได้ให้พวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันอยากขอโทษครอบครัวของเขา หากสิ่งที่ฉันพูดก่อนหน้านี้ทำให้ใครรู้สึกไม่ดี
เรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของครอบครัวเล็ก ๆ ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นมา ระหว่างฉันกับเก้า เรามีมุมมองต่อการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน และมันทำให้เราทั้งสองคนเจ็บปวดมาก
เพราะความรักอย่างเดียวบางครั้งก็ไม่พอ ยังมีเรื่องคุณค่าของชีวิต และมุมมองต่อครอบครัวด้วย และเราก็มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ทุกอย่างยิ่งยากขึ้น
สำหรับฉัน ครอบครัวของฉันคือสามีและลูก ฉันสามารถใช้ชีวิตทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน แค่กับคนสองคนนี้ก็มีความสุขแล้ว
แต่เก้า เหมือนกับคนไทยหลาย ๆ คน เขาให้ความสำคัญกับแนวคิดของ “ครอบครัวใหญ่” ที่มีญาติพี่น้องอยู่ใกล้ชิดกันเสมอ และนี่คือหนึ่งในปัญหาของเรา
และด้วยภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ทุกความรู้สึกมันยิ่งหนักขึ้นสำหรับฉัน ฉันรู้สึกว่าฉันอยากใช้เวลาอยู่กับลูกของฉันก่อน แค่เราแม่ลูกสองคน เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างกัน ก่อนที่จะมีคนอื่นเข้ามาในชีวิตของเธอมากมาย
แต่เก้าคิดว่าเด็กควรจะได้เจอผู้คนบ่อย ๆ เพื่อเรียนรู้การเข้าสังคม
ดังนั้นจึงมีหลายเรื่องที่เราคิดไม่เหมือนกัน และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเราถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน และเกิดในคนละประเทศ
อีกอย่างหนึ่ง ฉันเป็นคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่เข้มงวดมาก ทำให้บางครั้งมันยากสำหรับฉันที่จะเชื่อว่าฉันสามารถถูกรักได้จริง ๆ ว่ามีคนที่ห่วงใยฉันจริง ๆ บางครั้งฉันคิดมากเกินไป และเรื่องเล็ก ๆ ก็ทำให้ฉันตั้งคำถามกับทุกอย่าง
ทุกคนสามารถตัดสินเรื่องนี้ในแบบของตัวเองได้
แต่ฉันรักเขา
วันนี้เก้าไปนอนที่อื่น ฉันจึงทำได้แค่รอให้เขาตัดสินใจว่าเขาอยากทำอย่างไรกับชีวิตของพวกเราต่อไป”

พร้อมโพสต์เพิ่มเติมใต้คอมเมนต์ “ฉันอยากอธิบายบางอย่างให้ชัดเจน เพราะไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด ตอนนี้ครอบครัวของ Gao ไม่ได้อาศัยอยู่กับพวกเราแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเวลาที่เราทะเลาะกัน บางครั้งเรื่องส่วนตัวระหว่างเราสองคนถูกเล่าให้ครอบครัวเขาฟัง ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันควรเป็นเรื่องที่อยู่แค่ระหว่างสามีภรรยา
คำพูดไม่ดีที่ฉันเคยพูดเกี่ยวกับครอบครัวของเขา เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราทะเลาะกันและมีอารมณ์ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้ครอบครัวของเขาได้รับรู้เรื่องเหล่านั้นเลย และฉันก็รู้สึกเสียใจจริง ๆ กับคำพูดเหล่านั้น
ความจริงคือมันยากมากสำหรับฉัน เพราะฉันเปิดใจให้กับผู้ชายคนหนึ่งอย่างเต็มที่ เขาเป็นพ่อของลูกของฉัน แต่บางครั้งฉันได้ยินคำพูดอย่างเช่น “ฉันไม่ได้รักเธอ” หรือ “ฉันรักเธอน้อยลง” หรือ “จะทำอะไรก็ทำไป ฉันไม่สนใจ” คำพูดแบบนี้มันทำให้ฉันเจ็บปวดมาก
เมื่อเรื่องของเราถูกเล่าให้ครอบครัวเขาฟัง มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนทุกคนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน และฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมาก เพราะฉันอยู่ในประเทศที่ไม่ใช่บ้านของฉัน ไม่มีครอบครัวหรือคนที่เข้าใจฉันอยู่ใกล้ ๆ
นั่นคือเหตุผลที่ฉันโพสต์บางอย่างลงใน Facebook บางคนอาจจะตัดสินฉัน แต่ความจริงแล้วฉันแค่ต้องการให้ใครสักคนเข้าใจความรู้สึกของฉันเท่านั้น
ฉันไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร และฉันก็ไม่ได้เกลียดครอบครัวของเขา ฉันแค่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้สึกอ่อนแอและโดดเดี่ยวในบางช่วงเวลา
ฉันหวังว่าวันหนึ่งเราจะสามารถพูดคุยกันอย่างสงบ และแก้ปัญหาระหว่างเราสองคนได้โดยไม่ต้องทำให้ใครคนอื่นต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง”




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เก้า เกริกพล เคลียร์ปมรักร้าว ยังรักกันดี-ไม่ใช่คอนเทนต์ ภรรยาอารมณ์สวิงหลังคลอด
- เก้า เกริกพล โพสต์ขอบคุณ หลังเจนนี่ ไลฟ์ชี้แจงเรื่องโกงค่าตัว
- เมียติ๊กชีโร่ ให้กำลังใจ เก้า เกริกพล ด่าแรง! วัวลืมตีน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





