ด่วน! “พีระพันธุ์” ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ ดัน อรรถวิชช์ ขึ้นแทน

ด่วน! “พีระพันธุ์” ยื่นหนังสือลาออก สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีผลย้อนหลังตั้งแต่หลังเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงาน หนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 11 มีนาคม 2569 มีตราประทับรับเรื่องจากเจ้าหน้าที่สภาเรียบร้อยแล้ว
เนื้อหาในจดหมายระบุชัดเจนว่า ขอลาออกจากตำแหน่ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป เป็นต้นไป
ทำไมถึงลาออก แล้วใครจะมานั่งเก้าอี้แทน? สอดคล้องกับกระแสข่าวล่าสุดที่ระบุว่า นายพีระพันธุ์ต้องการถอยออกมาทำหน้าที่ “หัวหน้าพรรค” เพื่อคุมเกมและบริหารงานพรรคอยู่เบื้องหลังอย่างเต็มตัว
การลาออก จะเป็นการเปิดทางให้ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับถัดไปของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งก็คือ “นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ได้เลื่อนลำดับขึ้นมาเสียบแทน เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในสภาต่อไป

เปิดโปรไฟล์ ประวัติ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. ดาวรุ่ง แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 2 ค่าย รทสช.
นายอรรถวิชช์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2521 ปัจจุบันอายุเข้าสู่ช่วง 47-48 ปี เรียกได้ว่ามีสายเลือดนักการเมืองอยู่ในตัวเต็มเปี่ยม เพราะคุณแม่ของเขาคือ นางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาและอดีต สส. หลายสมัย
ส่วนโปรไฟล์ด้านการศึกษาก็อัดแน่นสุดๆ
- มัธยมศึกษา: โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
- ปริญญาตรี: นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาโท: ด้านกฎหมายการธนาคารและการเงิน (LL.M.) จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาเอก: รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (แถมพ่วงดีกรีศิษย์เก่าดีเด่นด้วย)
เส้นทางการเมือง จากค่ายสีฟ้า สู่การตั้งพรรค และลงหลักที่ รทสช.
จุดเริ่มต้นวัย 29 ปี พ.ศ. 2550 ก้าวเข้าสู่สภาครั้งแรกในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และผงาดเป็น สส. กทม. เขตจตุจักร-หลักสี่ ได้สำเร็จ และได้เป็น สส. ถึง 2 สมัย
พ.ศ. 2563 ตัดสินใจลาออกจากพรรคเดิม จับมือกับนายกรณ์ จาติกวณิช ก่อตั้ง “พรรคกล้า” โดยเขานั่งแท่นเลขาธิการพรรค ก่อนจะควบรวมเป็น “พรรคชาติพัฒนากล้า” และรับบทบาทรองหัวหน้าพรรค
พ.ศ. 2567 หลังนายกรณ์ลาออก นายอรรถวิชช์ได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เริ่มจากการเป็นที่ปรึกษาให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (รองนายกฯ ในขณะนั้น) และขยับขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าพรรค รทสช. ในช่วงปลายปี 2568 จนล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เป็น แคนดิเดตนายกฯ อันดับ 2 ในที่สุด

ผลงานเด่น มือชงกฎหมายเศรษฐกิจและพลังงาน
ตลอดการทำงานการเมือง นายอรรถวิชช์ผ่านตำแหน่งสำคัญมานับไม่ถ้วน ทั้งกรรมาธิการความมั่นคงฯ, ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม., ที่ปรึกษา รมว.อุตสาหกรรม และ รมว.พลังงาน แต่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นคือการเป็น “นักกฎหมายที่เข้าใจเศรษฐกิจ” โดยมีผลงานการผลักดันร่างกฎหมายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เช่น
-
สุรารวมไทย: ร่วมจัดทำร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2)
-
ปฏิรูปเครดิตบูโร: ริเริ่มเสนอร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ในภาคประชาชน
-
เสรีโซลาร์: ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกเลิกการขออนุญาตผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และสนับสนุนอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ฝีมือคนไทยในราคาถูก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



