“ทนายวิฑูรย์” ลั่น “เบน สมิธ” ไม่ใช่สแกมเมอร์ ยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี

ทนายวิฑูรย์ ยืนยัน เบน สมิธ ไม่ใช่สแกมเมอร์ หลังโดนหมายจับ ยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี มองควรได้รับสิทธิการประกันตัวตามหลักสากล
ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน และนายยศกร เหล่าโชติธนกุล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวสืบเนื่องจากที่ ตำรวจสอบสวนกลาง ออกหมายจับนายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และฟอกเงิน สร้างความเสียหายให้เหยื่อระดับพันล้านนั้น
ทนายวิฑูรย์ ระบุว่า ข้อกล่าวหาเมื่อวานที่ประชาชนได้ทราบกัน กลายเป็นว่า เหมือนการนำนาย เบน สมิธ ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เท่านั้น เพราะมีความกับใกล้ชิด กับนักการเมืองหลายคน จึงพยายามนำนายเบน สมิธ ไปเป็นอาวุธทางการเมือง และข้อกล่าวหาที่ตํารวจตั้งมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพิพาทระหว่างเบน สมิธ กับบริษัทในประเทศลาว
จึงยืนยันได้ว่าสิ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่าในรายการดังว่า เบน สมิธ เป็นเพียงนักธุรกิจหรือโบรกเกอร์ ไม่ใช่สแกมเมอร์ ซึ่งแตกต่างจากที่ นายรังสิมันต์ โรม ได้เคยอภิปรายไว้ในสภาวันแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ที่กล่าวหาว่าเบน สมิธ เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ รวมถึงข้อเท็จจริงของคดีความที่ ตำรวจสอบสวนกลางกล่าวหา ก็ไม่ได้เกี่ยวกับสแกมเมอร์ หรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ตามที่พยายามเต้าข่าวกันมาในระยะเวลาหลายๆ เดือนที่ผ่านมา
สำหรับรายละเอียดของคดี ตนเองพูดได้ไม่หมด เพราะอาจจะกระทบต่อการต่อสู้คดี เพราะต้องนําไปใช้ต่อสู้ทางคดี แต่คดีของบริษัทลาวที่แจ้งกับทาง CIB มีข้อพิรุธหลักๆ 3 ประการ 1.ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้แจ้งความว่าเป็นบริษัทอะไร 2.ในเนื้อคดีมีการแจ้งความตั้งแต่ปี 67 ปรากฏว่าหนังสือมอบอํานาจจากประเทศลาว ไม่มีการรับรองรายมือชื่อจนเวลาผ่านมาถึง 9 ก.พ. มีตํารวจท่านหนึ่งใน CIB ติดต่อไปทางผู้เสียหายในลาวหรือบริษัทในลาวบอกให้ไปแจ้งความใหม่และทําหนังสือมอบอํานาจอีกรอบหนึ่งและมาแจ้งความเมื่อ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา และวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมามีการตัดหมายเลขคดีอาญาและวันที่ 26 ก.พ. มีการออกหมายจับ
น่าแปลกใจที่ระยะเวลาคดีรวดเร็วมากน่าต้องใจพอสมควร จึงอยากให้ทําคดีรวดเร็วกับทุกๆ คดี ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และข้อพิรุธสุดท้ายคือมีการพูดว่าถูกโกงเมื่อปี 65 และมาแจ้งความปี 67 ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงปกติในคดีอาญาส่วนตัว ระยะเวลาในการร้องทุกข์เพียง 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบ ซึ่งอายุความร้องทุกข์ขาดมาปีกว่าแต่ CIB กลับรับแจ้งความ เป็นสิ่งที่น่าตกใจมากซึ่ง CIB อาจบอกว่าเป็นคดีฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
การกลั่นแกล้งทางการเมืองต่อเบน สมิธ ควรจะยุติลงได้แล้ว เพราะวันนี้แสดงให้เห็นว่าเบน สมิธ ไม่ได้เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาจากนักการเมืองคนอื่นๆ และในฐานะทนายความ เบน สมิธ ก็ยินดีที่จะไปสู้คดีที่ ตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ เพราะไม่ใช่คดีสแกมเมอร์ และวันนี้สิ่งที่เบน สมิธ มอบหมายให้ตนเองมาพูด ไม่ได้พูดเพื่อปกป้องตัวเอง แต่พูดเพื่อปกป้องหลักการพื้นฐานว่าบุคคลในประเทศไทยไม่ควรมีใครต้องมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองและลากเข้าสงครามทางการเมืองเพื่อโจมตีกันไปมา เพราะเบน สมิธ และครอบครัวเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับนักการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว
ทนายวิฑูรย์ ยังตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงการกลับมาต่อสู้คดีว่า เบน สมิธ ยังไม่ได้มีการแจ้งเรื่องว่าจะกลับมาต่อสู้คดีหรือไม่ และต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเรื่องของการประกันตัวเป็นเรื่องยากมาก ส่วนตัวมองว่าหากจะให้เบน สมิธ กลับมาสู้คดี ก็ควรจะให้สิทธิประกันตัวเป็นมาตรฐานสากลหรือไม่ ถ้าหากไม่ก็คงต้องชั่งน้ำหนักว่ากลับมาแล้วคุ้มหรือไม่ เพราะคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองสูงมาก และเมื่อเบน สมิธ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นบุคคลที่สังคมจับตามอง จึงมองว่า ศาลคงไม่ให้ประกันตัว ส่วนหลักฐานในการต่อสู้คดีนั้น ที่ผ่านมาเอกสารหลักฐานที่ยื่นให้ตำรวจสอบสวนกลางค่อนข้างชัดและครบถ้วน หลังจากนี้จะยื่นอะไรเพิ่มหรือไม่ คงจะต้องหารือกันอีกครั้ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! ตำรวจออกหมายจับ เบน สมิธ-ภรรยา คดีหลอกลงทุนข้ามชาติ
- ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ “ก๊กอาน-เบน สมิธ-ยิมเลียก-เฉินจื้อ” รวม 1.3 หมื่นล้าน
- “สุริยะ” รับซื้อเครื่องบิน 862 ล้าน จาก “เบน สมิธ” จริง โต้ใช้ลำเลียงกระสุน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



