ข่าวอาชญากรรม

สาวเด็กเอ็นฯ แฉ “แก๊งฮาร์เลย์ดัง” รุมอนาจาร-คลิปว่อนโซเชียล จ่ายเงินหมื่นปิดปาก

เกินกว่าจะรับไหว! สาวรับงานเอ็นเตอร์เทนวัย 42 ปี บุกร้องเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกสมาชิกแก๊งบิ๊กไบค์ชื่อดังรุมลวนลาม บังคับถกเสื้อถ่ายคลิปโชว์กลางวงเหล้าที่นครสวรรค์ ก่อนนำไปโพสต์แชร์ต่อกันสนุกสนานจนเสื่อมเสียชื่อเสียง แฉคู่กรณีเสนอเงิน 1 หมื่นปิดปาก แถมถูกแก๊งเพื่อนพูดจาดูถูกเหยียดหยาม ด้านตำรวจออกหมายเรียกแล้ว 2 ครั้งยังลอยนวล

วันนี้ (2 มี.ค.) ได้มีผู้เสียหายซึ่งประกอบอาชีพเด็กเอ็นเตอร์เทนนำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมหลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ระดับแถวหน้าของประเทศ กระทำการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เหตุการณ์เกิดเมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายระบุได้รับการว่าจ้างให้ไปดูแลความสะดวก (งานชงเหล้า) ในทริปของกลุ่มบิ๊กไบค์ดังกล่าวที่ จ.นครสวรรค์ มีเด็กเอ็นฯ ไปร่วมงาน 3 คน ขณะที่สมาชิกในกลุ่มมีมากกว่า 30 คน

ในช่วงแรกบรรยากาศเป็นไปตามปกติ แต่เมื่อเริ่มเมามาย สมาชิกบางคนเริ่มมีพฤติกรรมลวนลามและคุกคามทางเพศอย่างหนัก ทั้งการดึงรั้งและบังคับให้กระทำการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กเอ็นฯ ทุกคนที่ไปในวันนั้น แม้จะมีการให้ทิปเงินรางวัลแลกกับการยอมถูกลวนลาม แต่สิ่งที่ผู้เสียหายยอมรับไม่ได้คือการที่สมาชิกในกลุ่ม “ถ่ายคลิปวิดีโอ” จังหวะที่เธอถูกกระทำอนาจารไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียจนมีการแชร์ต่อเป็นวงกว้าง

สาวเด็กเอ็นเตอร์เทน ผู้เสียหาย
แฟ้มภาพ
หลักฐานแก๊งฮาร์เลย์อนาจาร
แฟ้มภาพ

หลังจากเรื่องราวบานปลายจนคนรู้จักแจ้งข่าวให้ทราบ ผู้เสียหายพยายามเจรจาผ่านตัวกลางอย่างผู้ใหญ่บ้าน โดยทางคู่กรณีเสนอเงินเยียวยา 10,000 บาท เพื่อแลกกับการจบเรื่องและลบคลิป แต่ผู้เสียหายมองว่าไม่คุ้มค่ากับความอับอายที่ได้รับ

ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ กลุ่มเพื่อนของคู่กรณียังมีการพูดจาถากถาง เยาะเย้ย และกดดันไม่ให้เธอแจ้งความ โดยจะขอเจรจาที่หน้าบ้านเท่านั้น ไม่ยอมไปคุยที่สถานีตำรวจ ทำให้การเจรจาล้มเหลวและนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี

ผู้เสียหายเปิดเผยด้วยความกังวลว่า หลังจากแจ้งความไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกคู่กรณีถึง 2 ครั้ง แต่ยังไร้วี่ววการปรากฏตัว ทำให้เธอเกรงว่าอิทธิพลของแก๊งบิ๊กไบค์ที่มีชื่อเสียงกลุ่มนี้จะทำให้คดีไม่คืบหน้า

ด้าน นายเอกภพ ระบุว่ากรณีนี้เข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ทั้งการกระทำอนาจาร, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งทางเพจจะเร่งประสานกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลแค่ไหนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button