ข่าวต่างประเทศ

วิกฤต เดนท์สุ บ.โฆษณาญี่ปุ่น สั่งปลดซีอีโอ หลังขาดทุนประวัติศาสตร์ 3.2 แสนล้าน

บริษัทยักษ์โฆษณาญี่ปุ่น เดนท์สุ เผยผลประกอบการปี 2025 ขาดทุนสุทธิ 3.28 แสนล้านเยน เซ่นพิษธุรกิจต่างประเทศชะลอตัว บอร์ดสั่งเปลี่ยนแม่ทัพ ดัน “ทาเคชิ ซาโนะ” นั่งแท่นซีอีโอ กู้สถานการณ์พร้อมลดพนักงาน 3,400 ตำแหน่ง

แวดวงมาร์เก็ตติ้งต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เคยปราณีใคร เมื่อบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบอย่าง เดนท์สุ (Dentsu) ออกมาประกาศผลประกอบการประจำปี 2025 ที่ต้องจารึกไว้ว่าเป็นปีที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท ด้วยตัวเลขขาดทุนสุทธิมหาศาลถึง 328,000 ล้านเยน หรือตีเป็นเงินไทยก็เจ็บหนักระดับหลายหมื่นล้านบาท

ความเสียหายครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นที่บริษัทต้องระงับการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นบอร์ดบริหารยังตัดสินใจเชือดไก่ให้ลิงดูด้วยการเปลี่ยนตัวแม่ทัพใหญ่ โดยสั่งปลด ฮิโรชิ อิงาราชิ พ้นจากตำแหน่งซีอีโอ และเตรียมส่ง ทาเคชิ ซาโนะ ผู้บริหารจากฝั่งญี่ปุ่นขึ้นมารับไม้ต่อเพื่อกอบกู้สถานการณ์ในเดือนมีนาคมนี้ทันที

สาเหตุขาดทุนหนัก เมื่อโลกหันมาใช้ Ai มากกว่าเดิม

สาเหตุของหายนะครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันคือผลพวงจากความพยายามดิ้นรนของเดนท์สุในตลาดโลกที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูว่าบริษัทพยายามจะขายส่วนธุรกิจต่างประเทศออกไปเพื่อตัดภาระ โดยมีชื่อของ Bain Capital เข้ามาเจรจา แต่สุดท้ายดีลก็ล่มปากอ่าวเมื่อผู้ซื้อถอนตัวออกไปหมด

ทำให้เดนท์สุต้องแบกรับภาระหนักอึ้งต่อไป ในขณะที่ธุรกิจในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นยังพอทำกำไรได้บ้าง แต่ขาธุรกิจอินเตอร์กลับกลายเป็นตัวถ่วงที่ฉุดรั้งบริษัทไว้อย่างน่าใจหาย

นักวิเคราะห์มองตรงกันว่าปัญหาใหญ่คือความอุ้ยอ้ายขององค์กรที่ปรับตัวไม่ทันโลกยุค AI ที่ลูกค้าต้องการความไวและเทคโนโลยีมากกว่าแค่ไอเดียโฆษณาแบบเดิม ๆ

ส่งผลให้เดนท์สุที่เคยยิ่งใหญ่ในฐานะหนึ่งในบิ๊กซิกซ์ของโลก ต้องตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง พับลิคิส หรือ ออมนิคอม ที่ปรับตัวได้เร็วกว่า

สถานการณ์ตอนนี้จึงเหมือนการผ่าตัดใหญ่เพื่อเอาชีวิตรอด โดยเดนท์สุได้เริ่มมาตรการรัดเข็มขัดแบบสุดโหดด้วยการลดจำนวนพนักงานในฝั่งธุรกิจต่างประเทศไปแล้วกว่า 2,100 ตำแหน่ง และยังมีเป้าหมายจะเอาออกให้ครบ 3,400 ตำแหน่งตามแผนลดต้นทุน ซึ่งสะท้อนภาพความโหดร้ายของอุตสาหกรรมโฆษณายุคใหม่ที่ปลาเร็วกินปลาช้า และขนาดตัวที่ใหญ่โตไม่ใช่ความได้เปรียบอีกต่อไป

หากปราศจากความคล่องตัวในการนำ AI และ Data มาใช้ งานนี้คงต้องรอดูกันยาว ๆ ว่าแม่ทัพคนใหม่จะพาเดนท์สุกลับมาผงาดทำกำไรในปี 2026 ได้จริงตามที่คุยไว้ หรือจะเป็นแค่การยื้อเวลาของยักษ์ล้มที่กำลังจะกลายเป็นอดีตในไม่ช้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลจาก The Drum

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button