เปิดพฤติกรรม 3 พี่น้อง เสพสื่อเกาหลี จนขาดสติ ก่อนดิ่งตึก 9 ชั้นประท้วงโดนยึดมือถือ ดับสลด

เปิดพฤติกรรม 3 พี่น้อง เสพติดสื่อเกาหลี จนขาดสติ ก่อนดิ่งตึก 9 ชั้นฆ่าตัวตายหมู่ ประท้วงพ่อแม่หลังโดนยึดมือถือ ครูเผยพัฒนาการช้า เพราะสนใจแต่เรื่องเกาหลี
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสลดที่เกิดขึ้น ณ เมืองกาเซียบัด ชานกรุงนิวเดลี ระบุว่า 3 พี่น้อง อายุ 12, 14 และ 16 ปี ตัดสินใจปิดฉากชีวิตวัยใส โดยการกระโดดลงมาจากระเบียงอพาร์ทเมนท์ชั้น 9 ในเวลา 02.15 น. ของวันพุธที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา
เบื้องหลังปลิดชีพหมู่ครั้งนี้ถูกเปิดเผยผ่านจดหมายลาตายยาวถึง 8 หน้ากระดาษ ซึ่งเขียนลงในไดอารี่ส่วนตัว เนื้อหาของจดหมายเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและโศกเศร้า เด็กหญิงทั้ง 3 เผยว่า “วัฒนธรรมเกาหลีคือชีวิตของพวกเธอ และมองว่าการที่พ่อแม่สั่งห้ามดูซีรีส์เกาหลี, ห้ามฟังเพลงเคป๊อป และห้ามเล่นเกมออนไลน์ของเกาหลี ถือเป็นการพรากลมหายใจไปจากพวกเธอ”

พ่อของผู้เสียชีวิต เผยอย่างเจ็บปวดว่า “ลูกสาวของเขาเปลี่ยนไปเพราะโลกออนไลน์ และเหตุสลดเกิดขึ้นหลังจากที่เขาตัดสินใจยึดโทรศัพท์และสั่งห้ามดูคอนเทนต์เกาหลีอย่างเด็ดขาดเพื่อดึงลูกกลับสู่โลกความจริง แต่สุดท้ายความหวังดีกลับกลายเป็นชนวนที่ทำให้เด็กๆ ตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมกัน”
ขณะที่ทาง อดีตครูสอนพิเศษรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อ The Indian Express ว่า “เธอเคยถูกจ้างมาสอนเด็กกลุ่มนี้ หลังพวกเธอเลิกไปโรงเรียนในช่วงโควิด-19 แต่สอนได้เพียงสัปดาห์เดียวก็ต้องลาออก เพราะพบว่า เด็กทั้งสามมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กปกติ และมักแยกตัวไปนั่งรวมกันที่มุมโต๊ะอาหารเพื่อพูดคุยในสิ่งที่พวกเธอเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมแบบเกาหลี โดยครูย้ำว่าเด็ก ๆ ดูปกติในสายตาคนทั่วไป แต่ในแววตามีเพียงโลกของเกาหลีเท่านั้นที่พวกเธอสนใจ”

ทางด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าครอบครัวของเด็กสาวทั้ง 3 คนนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก ซึ่งนั่นอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อบรรยากาศภายในบ้านตึงเครียดมากขึ้น จนพ่อต้องประกาศกร้าวใช้มาตรการเด็ดขาดด้วยการยึดโทรศัพท์และสั่งลูกสาวทั้ง 3 คนของเขาห้ามดูคอนเทนต์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเกาหลีโดยเด็ดขาด เพื่อดัดนิสัยการติดหน้าจอ จนนำไปสู่การประท้วงด้วยชีวิตในที่สุด
นอกจากนี้จะมีการเร่งติดตามโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่ผู้เป็นพ่อยึดจากลูกสาวแล้วนำไปขายก่อนหน้านี้กลับมา เพื่อกู้คืนข้อมูลและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ในเครื่อง แม้เบื้องต้นจะยังไม่พบหลักฐานว่ามีการดาวโหลด “เกมสั่งทำภารกิจ” เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นนี้ที่อาจจะเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุสลด
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคดีฆ่าตัวตายธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับโลกเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมข้ามชาติและโลกเสมือนจริงที่อาจกำลังครอบงำจิตใจเยาวชนจนสูญเสียการแยกแยะความจริง และเรื่องราวในโลกออนไลน์ หากขาดการดูแลและทำความเข้าใจที่เหมาะสมจากสถาบันครอบครัวก็อาจเกิดการสูญเสียเช่นนี้ได้อีก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิงจาก : timesofindia, bhaskarenglish, indianexpress
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





