คลิปป่าเถื่อน! แก๊งโจ๋บุกรุมยำอริคาเตียง รพ.กุยบุรี บุรุษพยาบาลรับเคราะห์โดนเตะเต็มแข้ง
เปิดนาทีระทึก นักเรียนนักเลงบุกโรงพยาบาลกุยบุรี รุมยำคู่อริไม่สนคนเจ็บ เจ้าหน้าที่แจงทำไมไม่เข้าห้าม ย้ำหมอไม่ใช่หน่วยปราบจลาจล
เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานพยาบาลกลับมาเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อเพจดังอย่าง Drama-addict ได้แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ โรงพยาบาลกุยบุรี โดยตั้งคำถามสั้น ๆ แต่สะท้อนความรู้สึกคนทั้งประเทศว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ซ้ำซาก
ซึ่งในคลิปความยาว 23 วินาที เผยให้เห็นภาพกลุ่มวัยรุ่นสวมเครื่องแบบนักเรียนกรูเข้าไปล้อมเตียงผู้ป่วยฉุกเฉินที่คาดว่าเป็นคู่อริ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุนจนทำให้บุรุษพยาบาลรายหนึ่งที่พยายามปฏิบัติหน้าที่ถูกลูกหลงโดนวัยรุ่นคะนองเตะเข้าที่ลำตัวอย่างจัง ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะแยกย้ายกันไป

มุมมองคนทำงาน เมื่อโรงพยาบาลกลายเป็นสนามมวย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สิทธิชัย ใจสงบ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม โดยระบุชัดเจนว่าบุคลากรทางการแพทย์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระงับเหตุ
บทบาทหลักของหมอและพยาบาลคือการยื้อชีวิตคนไข้ พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อประคองอาการเจ็บป่วย ไม่ใช่มารับมือกับการจลาจลหรือการใช้กำลัง การที่เจ้าหน้าที่ต้องกระโจนเข้าสู่ความขัดแย้งที่มีอาวุธและความรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงจนทำให้ทีมแพทย์บาดเจ็บและไม่สามารถดูแลผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่รอความช่วยเหลืออยู่ได้

ความรุนแรงที่ไม่อาจคาดเดาและระบบคัดกรอง นอกจากนี้ยังมีการชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของโรงพยาบาลที่เป็นพื้นที่เปิด ซึ่งพร้อมต้อนรับทุกคนที่เจ็บป่วย ทำให้ยากต่อการคาดเดาว่าใครจะเปลี่ยนสถานะจากคนไข้หรือญาติมาเป็นผู้ก่อเหตุในเสี้ยววินาที
การเตรียมรับมือฝูงชนที่ใช้อารมณ์จึงเป็นเรื่องยากกว่าพื้นที่ควบคุมปกติ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลมีมาตรการรองรับเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ ทั้งการแยกคู่กรณีไม่ให้เผชิญหน้าและการประสานตำรวจเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที เพื่อป้องกันการล้างแค้นซ้ำซ้อนในวอร์ดผู้ป่วย
โพสต์ดังกล่าวยังทิ้งท้ายด้วยข้อคิดสำคัญว่า ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่คือความปลอดภัยของคนไข้ทุกคน หากบุคลากรด่านหน้าต้องมาบาดเจ็บหรือตกอยู่ในอันตราย ระบบการรักษาทั้งหมดจะหยุดชะงัก และผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้ป่วยวิกฤตที่กำลังรอคอยการรักษาจากมือของพวกเขานั่นเอง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:



