สลด เด็กออสซี่วัย 12 เสียชีวิต หลังถูกฉลามขย้ำขณะกระโดดหน้าผา

มีรายงานว่าเด็กชายชาวออสเตรเลียวัย 12 ปี เสียชีวิตอย่างสงบ หลังจากถูกฉลามกัดระหว่างกระโดดหน้าผ้าในอ่าวซิดนีย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน
นิโก แอนทิก (Nico Antic) เด็กชายวัย 12 ปี ผู้ตกเป็นเหยื่อเหตุการณ์ฉลามโจมตีสะเทือนขวัญเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้เสียชีวิตลงแล้วหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกฉลามที่คาดว่าเป็น “ฉลามหัวบาตร” (Bull Shark) กัดเพียงครั้งเดียวขณะว่ายน้ำในอ่าวซิดนีย์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม เวลาประมาณ 16:20 น. ตามเวลาท้องถิ่น นิโกไปกระโดดหน้าผาเล่นกับเพื่อนอีก 2 คนที่จุด “Jump Rock” ใกล้หาดชาร์ค (Shark Beach) ย่านโวคลูส
นิโกกระโดดลงไปในน้ำซึ่งอยู่นอกเขตตาข่ายกันฉลาม และถูกฉลามกัดเข้าที่ขาทั้งสองข้างอย่างรุนแรง บาดแผลลึกถึงเนื้อเยื่อและเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เสียเลือดในปริมาณมหาศาลทันที ขณะที่เพื่อนของเขากระโดดลงไปลากตัวนิโกขึ้นมาบนโขดหิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเด็กซิดนีย์ในแรนด์วิคเพื่อผ่าตัดด่วนและทำให้เขาอยู่ในสภาวะโคม่าเพื่อประคองอาการ

แม้ทีมแพทย์จะพยายามอย่างสุดความสามารถ ทั้งการผ่าตัดสมองเพื่อลดอาการบวมและเติมเลือดซ้ำหลายครั้ง แต่ในวันเสาร์ที่ผ่านมา แพทย์ประกาศภาวะสมองตายเนื่องจากภาวะแทรกซ้อน
ลอรีนา และ ฮวน พ่อแม่ของนิโก ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจเพื่อให้ลูกชายจากไปอย่างสงบ พร้อมกล่าวไว้อาลัยว่า “นิโกเป็นเด็กที่ร่าเริง เป็นมิตร และรักกีฬา เขามีจิตใจที่โอบอ้อมอารีและเต็มไปด้วยพลังชีวิตเสมอ”

ขณะที่แคมเปญระดมทุน GoFundMe เพื่อช่วยเหลือครอบครัวมียอดบริจาคสูงถึง 270,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.4 ล้านบาท) ภายในเวลาไม่กี่วัน
ด้าน ศาสตราจารย์ ร็อบ ฮาร์คอร์ต จากมหาวิทยาลัยแมคควอรี ระบุว่าก่อนวันเกิดเหตุมีฝนตกหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้น้ำจืดและดินโคลนไหลลงสู่อ่าว ทำให้น้ำขุ่นและทัศนวิสัยต่ำ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ฉลามหัวบาตรชอบใช้ในการล่าเหยื่อ และอาจทำให้มัน “กัดเพื่อสำรวจ” เพราะเข้าใจผิดว่ามนุษย์คือเหยื่อ
อ้างอิง : nypost.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





