“มิน อ่อง หล่าย” เมินเสียงวิจารณ์ประชาคมโลก หลังพรรคทหารชนะเลือกตั้งเมียนมา

มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ไม่สนคำวิจารณ์จากเหล่าประชาคมระหว่างประเทศ หลังพรรคทหารชนะเลือกตั้ง พร้อมกวาดที่นั่งแบบถล่มทลาย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 มกราคม) พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ออกมาปฏิเสธเสียงวิจารณ์จากต่างประเทศเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังดำเนินอยู่ในรอบสุดท้าย ขณะที่พรรคการเมืองที่หนุนหลังโดยทหารสามารถกวาดที่นั่งส่วนใหญ่ไปได้แล้วจากการเลือกตั้งในรอบก่อนหน้า
โดยพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่เต็มไปด้วยอดีตนายทหารระดับสูง ชนะการเลือกตั้งไปแล้ว 193 จาก 209 ที่นั่งในสภาล่าง และ 52 จาก 78 ที่นั่งในสภาสูง จากการเลือกตั้งรอบที่ 1 และ 2 เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมและต้นเดือนมกราคม มีผู้มาลงคะแนนเพียงประมาณ 55% ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2015 และ 2020 ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์สูงถึง 70%
ขณะที่กลุ่มฝ่ายค้านหลักไม่ได้เข้าร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางออง ซาน ซูจี ถูกประกาศยุบพรรคไปก่อนหน้านี้

ท่ามกลางการประณามจากสหประชาชาติ (UN), สหราชอาณาจักร และกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียง “ละครตบตา” มิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวผ่านโทรทัศน์รัฐบาลว่า
“ไม่ว่านานาชาติจะยอมรับสิ่งนี้หรือไม่ เราไม่เข้าใจมุมมองของพวกเขา เสียงโหวตจากประชาชนคือการยอมรับเดียวที่เราต้องการ”
แม้ผู้นำทหารจะพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างอิสระและราบรื่น แต่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากชาวเมืองย่างกุ้งว่า ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าถูกบังคับให้ต้องไปลงคะแนนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมหรือการตอบโต้จากเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่า มิน อ่อง หล่าย ในวัย 69 ปี อาจแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผันตัวเข้าสู่บทบาททางการเมืองอย่างเต็มตัวเมื่อมีการเปิดประชุมสภา

ด้านนักวิเคราะห์จาก Verisk Maplecroft มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะยิ่งทำให้กองทัพกระชับอำนาจได้แน่นหนาขึ้น มากกว่าจะเป็นการคลี่คลายวิกฤตที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี เนื่องจากยังคงมีการสู้รบอย่างหนักในหลายรัฐ และยังมีการโจมตีทางอากาศในเขตชุมชนอย่างต่อเนื่อง
กองทัพเมียนมาที่ปกครองประเทศมานานกว่า 5 ทศวรรษ ดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจที่จะถอนตัวจากการนำทางการเมือง และการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 เท่านั้น
อ้างอิง : asia.nikkei.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





