“ไวรัสนิปาห์” ไทยเสี่ยงแค่ไหน? อัตราตายสูง 75% มัจจุราชจากค้างคาว

กระแสโรคระบาดโลกยังคงเฝ้าระวัง ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus – NiV) แม้ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูเท่าโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ แต่ความน่าสะพรึงกลัวของมันคือความรุนแรง ที่ใครก็ไม่ควรลองของ เพราะหากพลาดติดเชื้อ อาจหมายถึงชีวิต
ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) มีจำเลยหลักคือ ค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งเปรียบเสมือนรังโรคเคลื่อนที่ ค้างคาวเหล่านี้มักไม่ป่วยเอง แต่จะปล่อยเชื้อออกมาทางน้ำลายและปัสสาวะ
เส้นทางการแพร่เชื้อสู่มนุษย์นั้นน่ากลัวกว่าที่คิด องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามนุษย์สามารถรับเชื้อได้ 3 ทางหลัก
-
สัมผัสสัตว์ป่วย เช่น หมู เป็นสัตว์ตัวกลางสำคัญ เคยเป็นสาเหตุการระบาดใหญ่ในยุคแรก
-
อาหารปนเปื้อน เช่น กินผลไม้ที่มีรอยแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำอินทผลัมสดปนเปื้อนฉี่ค้างคาว เป็นความเสี่ยงระดับสูง
-
คนสู่คน แม้จะไม่แพร่ง่ายเท่าโควิด แต่ก็พบการติดเชื้อในกลุ่มคนดูแลผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดสารคัดหลั่ง
อาการไวรัสนิปาห์
ความน่ากลัวของนิปาห์ อยู่ตรงระยะฟักตัที่คาดเดายาก ทั่วไปจะอยู่ที่ 4-14 วัน แต่มีรายงานว่าบางรายอาจนานถึง 45 วัน หรือในเคสหายากอาจนานเป็นปี อาการเริ่มต้นมักมาแบบเนียนๆ คล้ายไข้หวัดธรรมดา คือมีไข้ ปวดหัว เจ็บคอ ปวดเมื่อย แต่เมื่อเข้าสู่ระยะรุนแรง เชื้อจะเล่นงานระบบประสาท ทำให้เกิดสมองอักเสบ
ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงซึม สับสน ชัก และอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง WHO ประเมินอัตราการเสียชีวิตไว้สูงลิ่วถึง 40–75%
ข้อมูลล่าสุดจาก WHO ในช่วงปี 2025 ชี้ให้เห็นว่านิปาห์ยังคงแฝงตัวอยู่ในเอเชีย โดยเฉพาะในบังกลาเทศ ซึ่งระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 29 ส.ค. 2025 มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 4 ราย และน่าเศร้าที่เสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่อินเดีย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีของพื้นที่รัฐเบงกอลตะวันตก ตรวจพบพยาบาล 2 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยรวมขยับขึ้นเป็น 5 ราย
ผู้ป่วยใหม่ทั้งสองรายเคยปฏิบัติหน้าที่ในเมืองบาราซัต ใกล้กับเมืองโกลกาตา ปัจจุบันเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือดขั้นวิกฤต ทีมแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจช่วยชีวิตเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการสมองอักเสบรุนแรง ล่าสุดอาการพยาบาลชายเริ่มดีขึ้น แต่พยาบาลหญิงยังคงวิกฤต ทางการได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งครอบครัว เพื่อนร่วมงานรวมเกือบ 100 ราย
ข่าวร้ายคือ ปัจจุบันโลก ยังไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจงและยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ทั่วไป การรักษาทำได้เพียงประคับประคองอาการเท่านั้น แต่ข่าวดีก็เริ่มปรากฏ เมื่อช่วงปลายปี 2025 ทีมนักวิจัยจากเครือมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ได้เริ่ม ทดลองวัคซีนระยะที่ 2 (Phase II) ในพื้นที่เสี่ยงอย่างบังกลาเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของมนุษยชาติในการต่อกรกับไวรัสชนิดนี้
ไทยเสี่ยงไวรัสนิปาห์ แพร่ระบาดแค่ไหน?
สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยในมนุษย์ เพจดราม่าแอดดิก ให้ความรู้ว่า
“ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ มีการแพร่ระบาดทั้งหมดประมาณ 20 ครั้ง ทุกครั้งเป็นการระบาดในวงแคบๆ และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ทั้งหมด เพราะว่าเชื้อตัวนี้วิธีการแพร่กระจายไม่ได้ติดต่อกันง่าย และมีอัตราการเสียชีวิตสูงเชื้อที่เป็นลักษณะแบบนี้มักจะแพร่ไม่ไกล ไม่มีทางระบาดทั่วโลกแน่นอน
แต่มันจะระบาดเป็นหย่อมๆเป็นพักพัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าสูง จะทำให้ขอบเขตของป่ากับเมืองมันเบลอ และเชื้อจากสัตว์ป่า ก็มีโอกาสที่จะแพร่มาสู่ปศุสัตว์หรือมนุษย์ได้สูงขึ้น
ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้สูงสุดก็คืออินเดียและบังกลาเทศ ในไทยยังไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้ แต่จะมีการเฝ้าระวังอยู่เสมอ ดังนั้นพ่อแม่พี่น้องไม่ต้องกังวลไป กังวลเรื่องไข้หวัดใหญ่ดีกว่านะอันนี้ใกล้ตัวและอันตรายจริง”

ป้องกันไว้ก่อน…ดีที่สุด ในเมื่อยังไม่มียารักษา การ์ดป้องกันจึงสำคัญที่สุด ประชาชนทั่วไปควรยึดหลักง่ายๆ
-
เลี่ยงของดิบเสี่ยงปนเปื้อน ห้ามกินผลไม้ที่มีรอยสัตว์แทะ เด็ดขาด
-
ไม่สัมผัสค้างคาว หรือแหล่งที่อยู่ของพวกมัน
-
ล้างมือบ่อยๆ และหากต้องดูแลผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้สมองอักเสบ ต้องป้องกันการสัมผัสสารคัดหลั่งอย่างเคร่งครัด
ไวรัสนิปาห์อาจไม่ได้ระบาดในวงกว้าง แต่ทุกครั้งที่มันปรากฏตัว มันมาพร้อมความสูญเสียที่รุนแรง การรู้เท่าทันและป้องกันตัวเอง จึงเป็นวัคซีนที่ดีที่สุดที่เรามีในตอนนี้

ติดตาม The Thaiger บน Google News:





