ข่าว

บิ๊กโจ๊ก ส่งทนาย ยื่นเอาผิด บิ๊กเต่า-ผู้การ ปปป. มาตรา 157

บิ๊กโจ๊ก ส่งทนาย ยื่นเอาผิด บิ๊กเต่า-ผู้การ ปปป. มาตรา 157 ชี้เป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก แทนที่จะไปร้อง ตามขั้นตอน

นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการปราบปรามการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ และคณะพนักงานสอบสวน ในคดีติดสินบนทองเจ้าหน้าที่รัฐ ในความผิดตามมาตรา 157

โดย นายสัญญาภัชระ นำเอกสารที่ทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ออกเอกสารว่า มีมติส่งเรื่องดังกล่าวคืนพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง

เมื่อ ป.ป.ช.ส่งคืนกลับมา ไม่ได้หมายความว่า จะกลับไปดำเนินการได้ เรื่องการดำเนินการเอาผิดนั้น จะต้องไปเริ่มที่รัฐสภา ซึ่งต้องดูว่าตอนนี้ทางประธานวุฒิสภา จะดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ส่งไปยังประธานศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องดังกล่าวมีการกล่าวหากรรมการของป.ป.ช. และบุคคลอื่น ซึ่งเป็นสำนวนเดียวกัน

ส่วนที่ ป.ป.ช.ออกเอกสารมาเมื่อวาน(22 ม.ค.69) ก็มองว่า ป.ป.ช. เองก็ไม่ได้มีอำนาจ จึงส่งกลับไปที่ตำรวจ ซึ่งหากตำรวจ กลับไปดำเนินการ เอาผิดและเรื่องไปยังศาลอาญานั้นไม่ถูกต้อง เพราะการที่จะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่ง จะต้องใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามทุจริต 2 ฉบับ แต่ถ้าเอกสารกลับไปแล้วยังดำเนินการต่อถือว่าเป็นการลุแก่อำนาจ

มันเป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ที่ตำรวจไปตั้งข้อกล่าวหา บิ๊กโจ๊ก และกรรมการป.ป.ช. แทนที่จะไปร้อง ตามขั้นตอนให้ถูกต้อง แต่กลับ ตั้งข้อกล่าวหาเองแล้วค่อยไปยื่นเอกสาร และการที่ บิ๊กโจ๊กให้ตนเองมาร้องศาลในวันนี้ ไม่ถือว่าเป็นการประวิงเวลา แต่เป็นการให้ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบเท่านั้น

นอกจากนี้ทนายความยังได้นำคำสั่งของ อดีตผู้บัญการตำรวจแห่งชาติ ที่เคยออกคำสั่งแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกรรมการป.ป.ช. ไว้ เมื่อ พ.ศ.2545 มาเป็นหลักฐานประกอบการร้องศาล

นายสัญญาภัชระ ยังบอกอีกว่า ขอให้ท่านยอมรับความจริงว่าท่านทำผิด ท่านเป็นต้นทางของการใช้อำนาจ และการมาดำเนินคดีกับลูกความของตนมันเร็ว คดีอื่นไม่เห็นจะเร็วเหมือนลูกความตน

และเมื่อวันที่บิ๊กโจ๊กเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตัวท่านเองก็พูดกับลูกความผมว่าให้แจ้งข้อกล่าวหาเลย ซึ่งบิ๊กโจ๊กได้ถามกลับว่ามีอำนาจหรือไม่ บอกว่าบิ๊กเต่า ก็ให้อธิบายข้อกล่าวหาทำการสอบสวนและไปพิมพ์ลายนิ้วมือเลย ซึ่งมองว่านี่เป็นการทำให้เกิดความเสียหายกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่

ส่วน พลตำรวจตรีประสงค์ ได้พูดกับบิ๊กโจ๊กว่า ภายใน 30 วันผมจะทำก็ได้จะค้นจะจับจะสอบทำหมด ผมมองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นการทำให้เกิดความเสียหาย ลูกความผมไม่ใช่เขมรที่จะมากำหนดเวลาจะทำอะไรไม่ทำอะไร นอกจากนี้ ทนายระบุว่าจะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำดีเพิ่มเติม อีกหลายรายโดยเฉพาะผู้ที่ออกคำสั่งสูงสุด คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนายสัญญาภัชระ ยังโชว์แชทระหว่างทนายกับพันตำรวจโท ช่วงวันที่ 2-18 เดือนธันวาคม 2568 โดยเป็นการส่งข้อความเรื่องของคดี พูดคุยกันอยู่ นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ตนไม่เข้าใจทำไมเมื่อวานก่อน ถึงไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายซึ่งเรื่อง ตั้งแต่ปี 2560

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button