
Sony ประกาศแยกธุรกิจทีวีตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับ TCL โดยให้ TCL ถือหุ้นใหญ่ 51% หวังแก้วิกฤตยอดขายตก ยืนยันยังใช้แบรนด์ Sony BRAVIA ทำตลาดต่อ เริ่มปี 2027
ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาและใจหายให้กับสาวกอารยธรรม Sony เมื่อเพจดังอย่าง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความระบุว่า Wลาก่อย โซนี่” พร้อมแชร์ข่าวจาก Nikkei Asia ที่รายงานถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นรายนี้
รายละเอียดดีลประวัติศาสตร์ จีนถือหุ้นใหญ่-ญี่ปุ่นถือแบรนด์
อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว New Straits Times และ Kyodo News ระบุว่า Sony Group Corp. ได้ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า จะทำการแยกธุรกิจความบันเทิงภายในบ้าน (Home Entertainment) ออกไปตั้งเป็น “กิจการค้าร่วม” (Joint Venture) กับ TCL Electronics Holdings Ltd. ผู้ผลิตทีวีรายใหญ่จากจีน
โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทใหม่จะเป็นดังนี้
- TCL (จีน): ถือหุ้นใหญ่ 51%
- Sony (ญี่ปุ่น): ถือหุ้น 49%

แม้ TCL จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และดูแลกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์, การออกแบบ, การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่าย แต่ข่าวดีสำหรับผู้บริโภคคือ บริษัทใหม่นี้จะยังคงใช้ชื่อแบรนด์ Sony และ BRAVIA ในการทำตลาดต่อไป
สาเหตุสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้มาจาก “ตัวเลขผลประกอบการ” ที่น่ากังวล โดยในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 ยอดขายทีวีของ Sony ลดลงถึง 9.6% เหลือเพียง 5.64 แสนล้านเยน (ประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์) ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดโลก
ในทางกลับกัน TCL กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงง่าย จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกทีวีอันดับ 2 ของโลก โดยปี 2024 ส่งออกไปแล้วกว่า 29 ล้านเครื่อง ครองส่วนแบ่งตลาดโลกราว 14%
ทางด้านเพจ Drama-addict ได้แสดงความเห็นต่อดีลนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้หลายปีก่อนทีวี TCL จะดูก๊องแก๊งในสายตาผู้บริโภค แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีของค่ายนี้พัฒนาไปไกลมากจนดูถูกไม่ได้ ทั้งในส่วนของทีวี รวมถึงมือถือและแท็บเล็ตที่มีเทคโนโลยีหน้าจอน่าสนใจ
ทั้งสองบริษัทวางแผนจะเซ็นสัญญาข้อตกลงผูกพันภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างใหม่นี้อย่างเป็นทางการใน เดือนเมษายน 2027 (พ.ศ. 2570)
ข้อมูลจาก : NEW STARAITS TIMES
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





