ซู้ดปาก! “บรู๊คลิน เบ็คแฮม” ประกาศแตกหักครอบครัว แฉยับ ‘เซอร์ เดวิด-วิกตอเรีย’ ปล่อยเฟคนิวส์

ความสัมพันธ์นี้ยากที่จะเหมือนเดิม เมื่อล่าสุด “บรู๊คลิน เบ็คแฮม” ประกาศแตกหักกับครอบครัว พร้อมโพสต์แฉว่าทั้ง เซอร์ เดวิด – วิกตอเรีย กดดันหนัก ปล่อยข่าวปลอม และจ้องทำลายความสัมพันธ์กับภรรยาของเขา
บรู๊คลิน เพลท์ซ เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของ เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม กับ วิกตอเรีย เบ็คแฮม สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการบันเทิงด้วยการโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามมากถึง 16 ล้านคน เพื่อชี้แจงความจริงในมุมของเขาเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในตระกูลเบ็คแฮมที่ยืดเยื้อมานาน

“ผมเงียบมานานหลายปีและพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นส่วนตัว น่าเสียดายที่พ่อแม่ของผมและทีมงานของพวกเขายังคงให้ข่าวกับสื่อไม่หยุด ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาพูดด้วยตัวเองและบอกความจริงเกี่ยวกับคำโกหกเพียงบางส่วนที่ถูกตีพิมพ์ออกมา ผมไม่ต้องการคืนดีกับครอบครัว ผมไม่ได้ถูกใครล้างสมองหรือควบคุม ผมแค่กำลังลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต”
“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พ่อแม่ของผมเป็นคนควบคุมทิศทางข่าวในสื่อเกี่ยวกับครอบครัวเรามาโดยตลอด ทั้งโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่ทำเพื่อสร้างภาพ งานกิจกรรมครอบครัว และความสัมพันธ์ที่จอมปลอม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด”
“เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้เห็นกับตาตัวเองถึงความพยายามที่พวกเขาทำเพื่อกุเรื่องโกหกนับไม่ถ้วนในสื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำร้ายคนบริสุทธิ์ เพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ แต่ฉันเชื่อว่าความจริงจะปรากฏเสมอ”

“พ่อแม่ของผมพยายามอย่างไม่ลดละที่จะทำลายความสัมพันธ์ของผมตั้งแต่ก่อนงานแต่งงาน และมันยังไม่หยุด แม่ของผมยกเลิกการตัดชุดให้ นิโคลา ในนาทีสุดท้าย ทั้งที่นิโคลาตื่นเต้นมากที่จะได้สวมชุดที่แม่ออกแบบ ทำให้เธอต้องรีบหาชุดใหม่เป็นการด่วน พ่อแม่พยายามกดดันและติดสินบนผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ผมเซ็นสัญญาสละสิทธิ์ในชื่อของผม ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อตัวผม ภรรยา และลูกๆ ของเราในอนาคต พวกเขายืนกรานที่จะให้ผมเซ็นก่อนวันแต่งงาน เพราะเมื่อนั้นข้อตกลงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ การที่ผมดึงเรื่องไว้ส่งผลกระทบต่อเงินก้อนที่จะได้รับ และพ่อแม่ก็ไม่เคยปฏิบัติต่อผมเหมือนเดิมอีกเลย ในช่วงวางแผนงานแต่งงาน แม่ถึงขั้นเรียกผมว่า “ชั่วร้าย” เพราะผมกับนิโคลาเลือกที่จะให้ แนนนี่ แซนดรา และ นาวนี่ ของนิโคลานั่งที่โต๊ะเดียวกับเรา เนื่องจากทั้งคู่ต่างก็ไม่มีสามีแล้ว ซึ่งพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีโต๊ะของตัวเองที่อยู่ใกล้กับโต๊ะเราเท่าๆ กัน”
“คืนก่อนวันแต่งงาน สมาชิกในครอบครัวบอกกับผมว่านิโคลา “ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน” และ “ไม่ใช่ครอบครัว” นับตั้งแต่วินาทีที่ผมเริ่มลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองกับครอบครัว ผมก็ถูกพ่อแม่โจมตีอย่างไม่จบสิ้น ทั้งเป็นการส่วนตัวและต่อหน้าสาธารณะ ซึ่งข่าวที่ส่งให้สื่อเหล่านั้นล้วนเป็นคำสั่งของพวกเขา แม้แต่พี่ชายและน้องชายของผมก็ถูกส่งมาโจมตีผมบนโซเชียลมีเดีย ก่อนที่ในที่สุดพวกเขาจะบล็อกผมอย่างไร้เหตุผลเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา”

“แม่ของผมเข้ามาขัดจังหวะการเต้นรำครั้งแรกของผมกับภรรยา ซึ่งเราวางแผนมาหลายสัปดาห์ว่าจะเต้นกับเพลงรักที่โรแมนติก ต่อหน้าแขกในงาน 500 คน มาร์ก แอนโธนี เรียกผมขึ้นไปบนเวที ซึ่งตามกำหนดการควรจะเป็นการเต้นรำที่โรแมนติกกับภรรยาของผม แต่กลายเป็นว่าแม่ของผมไปยืนรอเต้นรำกับผมแทน เธอเต้นรำกับผมในท่าทางที่ดูไม่เหมาะสมอย่างมากต่อหน้าทุกคน ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดหรืออับอายมากเท่านี้มาก่อนในชีวิต เราจึงอยากจัดงานฉลองแต่งงานและกล่าวคำสาบานใหม่ เพื่อสร้างความทรงจำใหม่ๆ ในวันแต่งงานที่มอบความสุขและความยินดีให้เรา ไม่ใช่ความวิตกกังวลและความอับอาย ภรรยาของผมถูกครอบครัวของผมดูหมิ่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเราจะพยายามร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวมากแค่ไหนก็ตาม แม่ของผมพยายามเชิญผู้หญิงในอดีตของผมเข้ามาในชีวิตเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในลักษณะที่ตั้งใจอย่างชัดเจนเพื่อให้เราทั้งคู่รู้สึกอึดอัด ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเดินทางไปลอนดอนเพื่อวันเกิดของพ่อ แต่กลับถูกปฏิเสธเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในขณะที่เรารออยู่ในห้องพักที่โรงแรมเพื่อพยายามวางแผนใช้เวลาที่มีคุณภาพกับเขา เขาส่งคนมาปฏิเสธความพยายามทั้งหมดของเรา เว้นแต่ว่ามันจะเป็นงานปาร์ตี้วันเกิดขนาดใหญ่ที่มีแขกเป็นร้อยคนและมีกล้องอยู่ทุกมุมห้อง เมื่อในที่สุดเขายอมตกลงที่จะเจอผม มันก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่านิโคลาไม่ได้รับเชิญ มันเหมือนเป็นการตบหน้าอย่างแรง หลังจากนั้นเมื่อครอบครัวของผมเดินทางไปแอลเอ พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะเจอผมเลย”

“ครอบครัวของผมให้คุณค่ากับการโปรโมตต่อสาธารณะและการสนับสนุนแบรนด์สินค้าเหนือสิ่งอื่นใด แบรนด์เบ็คแฮมต้องมาก่อน “ความรัก” ในครอบครัวถูกตัดสินด้วยจำนวนที่คุณโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย หรือคุณยอมทิ้งทุกอย่างได้เร็วแค่ไหนเพื่อมาปรากฏตัวและโพสต์ท่าถ่ายรูปครอบครัวสร้างภาพ แม้ว่ามันจะกระทบต่อภาระหน้าที่ในอาชีพการงานของเราก็ตาม”
“เราพยายามอย่างเต็มที่มาหลายปีที่จะไปปรากฏตัวและสนับสนุนในทุกงานแฟชั่นโชว์ ทุกปาร์ตี้ และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ทุกอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่า “ครอบครัวเราสมบูรณ์แบบ” แต่ครั้งเดียวที่ภรรยาของผมขอให้แม่ช่วยสนับสนุนเรื่องสุนัขที่พลัดถิ่นในช่วงไฟไหม้ที่แอลเอ แม่ของผมกลับปฏิเสธ เรื่องเล่าที่ว่าภรรยาเป็นคนควบคุมผมนั้นมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ผมต่างหากที่ถูกพ่อแม่ควบคุมมาเกือบตลอดชีวิต ผมเติบโตมาพร้อมกับความวิตกกังวลอย่างหนัก”
“นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตนับตั้งแต่ถอยห่างออกมาจากครอบครัวที่ความวิตกกังวลนั้นหายไป ผมตื่นมาทุกเช้าด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อชีวิตที่ผมเลือกเอง และได้พบกับความสงบและการปลดปล่อย ผมและภรรยาไม่ต้องการชีวิตที่ถูกปั้นแต่งโดยภาพลักษณ์ สื่อ หรือการปั่นหัว สิ่งที่เราต้องการคือความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความสุขสำหรับเราและครอบครัวของเราในอนาคต”

อ้างอิง : www.bbc.com , Instagram @brooklynpeltzbeckham
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





