สุขภาพและการแพทย์

หมอโอ๊ค เตือน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน โรคเพียบ เสี่ยงร่างพัง-ซึมเศร้า

หมอโอ๊ค สมิทธิ์ โพสต์เตือนคนติดน้ำอัดลม ดื่มทุกวันอันตรายกว่าที่คิด เพิ่อความเสียงโรคเบาหวานมากถึง 26% ย้ำผลระยะยาวรุนแรงมาก

เตือนสติคนชอบกินน้ำหวาน หลังนพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล หรือ หมอโอ๊ค โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลเสียด้านสุขภาพจากการบริโภคน้ำอัดลมทุกวัน โรคภัยไข้เจ็บเพียบ ยันดื่มทุกวันสร้างผลเสียระยะยาว พร้อมเผยกระทบต่อระบบอวัยวะภายในแบบละเอียดยิบว่ามีลักษณะอาการอย่างไรบ้าง

Advertisements

หมอโอ๊ค ระบุว่า การดื่มน้ำอัดลมทุกวันสามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิด 2 ถึง 26% และทำลายผิวฟัน น้ำตาลสูง31-46 กรัมต่อกระป๋อง เร่งเสื่อมกระดูกและเพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจจากการบริโภคน้ำตาลเกิน รวมถึงผลกระทบระบบภายในที่อาจเกิดขึ้นดังนี้

ผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ

  • เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 : การบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากและเป็นประจำทำให้ร่างกายผลิตอินซูลินมากเกินไป นำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินและเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานถึง 26%
  • น้ำหนักเพิ่ม : น้ำอัดลมหนึ่งกระป๋องมีน้ำตาลประมาณ 35-40 กรัม (8-10 ช้อนชา) แต่ไม่ให้ความรู้สึกอิ่ม ทำให้ได้รับแคลอรี่เกินโดยไม่รู้ตัว
  • เมตาบอลิซึมผิดปกติ : น้ำตาลฟรุกโตสในน้ำอัดลมถูกเผาผลาญที่ตับ เมื่อได้รับมากเกินไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมในตับและช่องท้อง

ผลกระทบต่อสุขภาพฟันและกระดูก

  • – **ทำลายเคลือบฟัน : กรดฟอสฟอริกในน้ำอัดลม (pH ประมาณ 2.5-3.5) กัดกร่อนเคลือบฟันอย่างถาวร ทำให้ฟันผุง่ายและเสียวฟัน
  • – **เร่งการสูญเสียมวลกระดูก : ฟอสเฟตในน้ำอัดลมรบกวนสมดุลแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทำให้ร่างกายดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ เพิ่มความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในผู้หญิง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

  • เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ : การบริโภคน้ำตาลสูงเป็นประจำสัมพันธ์กับการเพิ่มไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง และอักเสบเรื้อรัง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ
  • เพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ : น้ำตาลฟรุกโตสเพิ่มการสร้างไตรกลีเซอไรด์ในตับ ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

ผลกระทบต่อระบบไต

Advertisements
  • เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต : กรดฟอสฟอริกเพิ่มการขับแคลเซียมทางปัสสาวะ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในไต
  • ทำลายการทำงานของไต : บริโภคเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากผลกระทบจากการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

ผลกระทบต่อระบบประสาท

  • รบกวนการนอนหลับ**: คาเฟอีนในน้ำอัดลมประเภทโคล่ารบกวนวงจรการนอน ทำให้นอนหลับยากและคุณภาพการนอนลดลง
  • ผลต่อสมองและพฤติกรรม : มีงานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคน้ำอัดลมเป็นประจำกับความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า และปัญหาพฤติกรรมในเด็ก

ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร

  • ระคายเคืองกระเพาะ : แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และกรดในน้ำอัดลมทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด และอาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนในผู้ที่มีภาวะนี้
  • เปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้ : น้ำตาลปริมาณสูงเปลี่ยนสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและการย่อยอาหาร
ภาพจาก หมอโอ๊ค DoctorSixpack

“การดื่มน้ำอัดลมทุกวันเป็นประจำคือการสะสมความเสี่ยงทีละน้อย ผลกระทบอาจไม่เห็นชัดในระยะสั้น แต่ผลเสียระยะยาวนั้นมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน การลดหรือเลิกดื่มน้ำอัดลมจึงเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ” หมอโอ๊ค ระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

yo

นักเขียนข่าว บทความทั่วไปประเภทไลฟ์สไตล์ สำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญา มศก. ติดต่อได้ที่อีเมล yo@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button