กองทัพเรือ กางบิ๊กโปรเจกต์ เรือฟริเกต 1.7 หมื่นล้าน ดึง 11 บริษัททั่วโลกชิงดำ 21 เม.ย.นี้

กองทัพเรือ เปิดโปรเจกต์จัดหาเรือฟริเกต 1.7 หมื่นล้าน ดึง 11 บริษัททั่วโลกชิงดำ 21 เม.ย.นี้ ดันนโยบายให้อู่ไทยร่วมต่อเรือ 20%
20 เม.ย.2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือจัดการประชุมแนวทางการดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกตภายใต้กลไกการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ร่วมกับสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย (TSBA) และผู้ประกอบการอู่ต่อเรือในประเทศ โดยมี สวทช. ร่วมให้ข้อมูลในหลักการและวิธีการคำนวณ
โครงการนี้นอกจากการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง 1 ลำ ยังมีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการผลักดันอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เพื่อเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้สร้าง” อย่างเป็นรูปธรรม
กองทัพเรือกำหนดกรอบการดำเนินงานผ่าน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การลงทุนในประเทศ การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากร การร่วมผลิต และการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในทุกระดับของอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ได้วางแผนเป็น “บันได 3 ขั้น” เพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองในระยะยาว เริ่มจากการเรียนรู้จากผู้สร้างต่างประเทศ สู่การผลิตในประเทศบางส่วน และต่อยอดไปสู่การสร้างเรือได้เองทั้งระบบในอนาคต

ในด้านหลักเกณฑ์การพิจารณา กองทัพเรือยืนยันแนวทางเปิดกว้าง ไม่กำหนดเพดานบนของการดำเนินการชดเชย ผู้เสนอที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้สูง ทั้งด้านการต่อเรือในประเทศ การใช้ทรัพยากรในประเทศ และการพัฒนาเทคโนโลยี จะได้รับการพิจารณาในระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ การพิจารณาการชดเชยจะยึดหลักการวัดผลจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยสามารถซ่อมบำรุง พัฒนา และต่อยอดได้ด้วยตนเองในอนาคต
โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดหาเรือรบ แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สร้างงาน พัฒนาเทคโนโลยี และเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยจะดำเนินการภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นธรรม และการแข่งขันอย่างแท้จริง กองทัพเรือยังเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนในประเด็นต่าง ๆ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานการประเมิน และความพร้อมด้านการลงทุน โดยยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปใช้ในการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ TOR ที่จัดทำขึ้นครอบคลุมทั้งด้านยุทธการ เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และความสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพเรือในปัจจุบันและอนาคต โดยกำหนดให้มีสัดส่วนการต่อเรือภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย กองทัพเรือได้มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีศักยภาพในการต่อเรือฟริเกตและมีประสบการณ์ในระดับสากลจากทั้งยุโรปและเอเชีย รวม 11 บริษัท ได้แก่
- DAMEN NAVAL (เนเธอร์แลนด์)
- NAVANTIA (สเปน)
- FINCANTIERI (อิตาลี)
- TAIS Shipyards และ ASFAT (ตุรกี)
- ST Engineering Marine (สิงคโปร์)
- Hanwha Ocean, SK Oceanplant และ Hyundai Heavy Industries (สาธารณรัฐเกาหลี)
- CSTC (จีน)
- ROSOBORONEXPORT (รัสเซีย)
โดยกำหนดรับข้อเสนอในวันที่ 21 เม.ย.นี้ ภายใต้วงเงินรวม 17,000,000,000 บาท (1.7 หมื่นล้านบาท)
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กองทัพเรือเสริมเขี้ยวเล็บ จัดหา “เรือฟริเกต” งบ 1.7 หมื่นล้าน ช่วยแนวรบ 3 มิติ
- ภูมิธรรม รับถกซื้อเรือดำน้ำ-ฟริเกต ขณะร่วมดินเนอร์ผบ.เหล่าทัพ เผยสัมพันธ์ดี
- นักวิชาการเขมร ร้อง “สหรัฐฯ-สวีเดน-เกาหลีใต้” หยุดสนับสนุนเครื่องบินรบให้ไทย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





