ปิดฉาก คุก 18 ปี อดีตนายก อบต.หนองขาม เอาน้ำมันหลวงเติมรถส่วนตัว โทษรอลงอาญา

ปิดคดีอดีตนายก อบต.หนองขาม นำบัตรน้ำมันหลวงเติมรถส่วนตัว อัยการสูงสุดสั่งไม่อุทธรณ์โทษรอลงอาญา ชี้จำเลยชดใช้เงินคืนครบพร้อมรับผลกรรมถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตแล้ว
ความคืบหน้าคดีทุจริตประพฤติมิชอบ นายบุญยัง วังเปรม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ล่าสุดอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่อุทธรณ์คดีต่อ ส่งผลให้คดีเป็นอันสิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางอาญาแก่นายบุญยังตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 กรณีนำบัตรเติมน้ำมันรถราชการของ อบต.หนองขาม ไปใช้เติมน้ำมันรถยนต์ส่วนตัว ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
ศาลพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ศาลสั่งจำคุกรวม 9 กระทง เป็นเวลา 18 ปี 54 เดือน ปรับ 180,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมคุมความประพฤติ 1 ปี ให้รายงานตัว 4 ครั้ง ตลอดจนต้องทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง
ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประชุมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 มีมติขอความอนุเคราะห์ให้อัยการสูงสุดอุทธรณ์คำพิพากษาในประเด็นการรอลงอาญา ทว่าอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นควรไม่อุทธรณ์ตามคำขอ
เหตุผลของอัยการสูงสุดระบุว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นมีความเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว จำเลยไม่เคยกระทำความผิดลักษณะนี้มาก่อน ภายหลังเกิดเหตุจำเลยนำเงินจำนวน 13,000 บาท มาชดใช้คืนแก่ อบต.หนองขาม อย่างครบถ้วน ทางหน่วยงานต้นสังกัดไม่ประสงค์เรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม
นอกจากนี้จำเลยได้รับผลจากการกระทำผิดโดยคำสั่งใหัพ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้จำเลยเสียสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต อัยการสูงสุดจึงมองว่าการให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีด้วยการรอลงอาญาถือเป็นมาตรการที่เหมาะสมตามข้อกฎหมายแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ไอซ์ รักชนก” ร่อนจดหมายจี้ “จุลพันธ์” สางทุจริตตึก SKYY9-เว็บแอป 850 ล้าน
- พรรคประชาชน ยื่นร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ดันระบบสมัครใจ ล้างทุจริตในค่าย
- จำคุก 17 ปี อดีตหัวหน้าพรรคดัง คดีทุจริตรับสินบน ยักยอกเงินบริจาค
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





