อเมริกา จ่อขึ้นทะเบียนเกณฑ์ทหารชายวัย 18-25 ปีอัตโนมัติ ไม่ต้องสมัครเอง

หน่วยงาน SSS ของสหรัฐอเมริกาปรับกฎหมายใหม่ ดึงข้อมูลชายอเมริกันขึ้นบัญชีเกณฑ์ทหารอัตโนมัติโดยไม่ต้องสมัครเอง โฆษกทำเนียบขาวชี้ยังไม่มีแผนส่งทหารราบไปอิหร่านแต่ขอเก็บไว้เป็นทางเลือก
สำนักข่าวเดลิเมล์ รายงาน ประเทศสหรัฐอเมริกาเตรียมออกกฎหมายใหม่ ขึ้นทะเบียนชายชาวอเมริกันอายุ 18 ถึง 25 ปีเข้าสู่ระบบกองหนุนเกณฑ์ทหารแบบอัตโนมัติ บังคับใช้ในเดือนธันวาคม
ระบบคัดเลือกทหาร หรือ SSS มีหน้าที่รวบรวมฐานข้อมูลชาวอเมริกันที่สามารถรับราชการทหารได้ เว็บไซต์ของหน่วยงานระบุว่ากฎหมายใหม่จะโอนความรับผิดชอบในการลงทะเบียนจากตัวบุคคลมาเป็นหน้าที่ของ SSS แทน หน่วยงานจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลของรัฐบาลกลางมาใช้งาน ตอนนี้กฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อรอการอนุมัติขั้นสุดท้าย
สหรัฐอเมริกาบังคับเกณฑ์ทหารครั้งล่าสุดในช่วงทศวรรษ 1970 สมัยสงครามเวียดนาม แม้ปัจจุบันจะยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารไปแล้ว แต่กฎหมายยังคงบังคับให้ชายหนุ่มอายุ 18 ถึง 25 ปีทุกคนต้องลงทะเบียนกับ SSS ไว้เผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน เว็บไซต์ของหน่วยงานอธิบายว่าการเปลี่ยนกฎครั้งนี้เป็นเพียงการปรับปรุงระบบการทำงานให้รวดเร็วขึ้น
รัฐสภาเคยเสนอให้เพิ่มผู้หญิงเข้าสู่ระบบนี้หลายครั้ง ทว่าไม่มีร่างกฎหมายใดผ่านการอนุมัติ ชายอเมริกันคนใดไม่ยอมลงทะเบียนจะเผชิญโทษปรับสูงสุด 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องรับโทษจำคุก 5 ปี รวมถึงหมดสิทธิเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในอิหร่าน แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทางช่องฟ็อกซ์นิวส์ถึงประเด็นการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยเธอปฏิเสธที่จะตัดทางเลือกนี้ทิ้ง พร้อมระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจอย่างรอบคอบที่จะไม่ด่วนปิดโอกาสในทุกทางเลือก ซึ่งต่างจากนักการเมืองทั่วไป
แม้ลีวิตต์จะยืนยันว่าการเกณฑ์ทหารยังไม่อยู่ในแผนงานปัจจุบัน และทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ว่าการส่งทหารราบลงพื้นที่ควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะอาจเป็นการเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ แต่แหล่งข่าววงในกลับระบุว่า ประธานาธิบดีกำลังพิจารณาเรื่องการส่งกองกำลังอย่างจริงจัง
ขณะที่กลุ่มแม่ชาวอเมริกันแสดงความกังวลว่าลูกชายอาจถูกส่งไปรบ ลีวิตต์ย้ำว่าทรัมป์ขอประเมินความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารในขณะนี้ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้ทหารราบ
อย่างไรก็ตาม ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผลสำรวจความเห็นชี้ชัดว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่สนับสนุนระบบกองทัพอาสาสมัคร คัดค้านการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากบทเรียนความสูญเสียในสงครามเวียดนาม การจะนำระบบเกณฑ์ทหารกลับมาใช้ใหม่นั้นต้องได้รับอนุมัติแก้ไขกฎหมายจากรัฐสภาเป็นสำคัญ
รู้จัก สงครามเย็น ความพ่ายแพ้ของสหรัฐ จุดเปลี่ยนกองทัพ
สงครามเวียดนามคือความขัดแย้ง 19 ปีที่คร่าชีวิตคนกว่า 3 ล้านคน สหรัฐอเมริกาทุ่มกำลังทหารมหาศาลเข้าสมรภูมิอินโดจีน ก่อนถอนทัพพ่ายแพ้ยับเยิน
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1955 กองทัพเวียดนามเหนือยึดกรุงไซ่ง่อนสำเร็จในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1975 จึงถือเป็นการปิดฉากสงครามอย่างเป็นทางการ
สมรภูมิรบกินพื้นที่ทั้งเวียดนาม ลาว กัมพูชา ฝ่ายเวียดนามเหนือมีสหภาพโซเวียต จีน ชาติพันธมิตรคอมมิวนิสต์คอยสนับสนุน ฝ่ายเวียดนามใต้มีสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ไทย ส่งกำลังเข้าช่วยเหลือ หลายคนมองว่านี่คือสงครามตัวแทนในยุคสงครามเย็น ท้ายที่สุดทั้งสามประเทศในอินโดจีนเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 1975
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ฝรั่งเศสปกครองอินโดจีนมานานหลายสิบปี ขบวนการเวียดมินห์นำโดย โฮจิมินห์ ลุกขึ้นต่อต้านฝรั่งเศส ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองกองทัพญี่ปุ่นเข้ามาควบคุมดินแดนแห่งนี้ พอญี่ปุ่นแพ้สงคราม โฮจิมินห์ประกาศเอกราชให้เวียดนาม ฝรั่งเศสพยายามกลับมาทวงอำนาจคืน รัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งเงินทุนสนับสนุนฝรั่งเศสทำสงคราม ทว่ากองทัพฝรั่งเศสพ่ายแพ้อย่างหนักที่สมรภูมิเดียนเบียนฟูในปี ค.ศ. 1954
นานาชาติจัดประชุมที่เจนีวา ที่ประชุมตกลงแบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วนชั่วคราวที่เส้นขนานที่ 17 โฮจิมินห์ปกครองเวียดนามเหนือ โง ดิ่ญ เสี่ยม ปกครองเวียดนามใต้ เวียดนามใต้ก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐเวียดนาม
เสี่ยมบริหารประเทศด้วยความเด็ดขาด เขาปราบปรามผู้คัดค้านอย่างรุนแรง ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจ กลุ่มต่อต้านรวมตัวกันตั้งแนวร่วมปลดปล่อยชาติ คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ เวียดกง กลุ่มเวียดกงใช้การรบแบบกองโจรโจมตีรัฐบาลเวียดนามใต้ รัฐบาลเวียดนามเหนือส่งทหารหลายหมื่นนายเข้ามาช่วยสมทบ
สหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามเต็มตัว
ผู้นำสหรัฐอเมริกากังวลทฤษฎีโดมิโน พวกเขาเชื่อว่าถ้าเวียดนามเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศอื่นในภูมิภาคจะเปลี่ยนตามไปด้วย ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ส่งที่ปรึกษาทางทหารหลายหมื่นคนเข้ามาช่วยเวียดนามใต้ สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อทหารเวียดนามใต้ทำรัฐประหารสังหารเสี่ยมในปี ค.ศ. 1963
ปี ค.ศ. 1964 เกิดเหตุการณ์เรือรบสหรัฐอเมริกาปะทะเรือเวียดนามเหนือในอ่าวตังเกี๋ย ประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน สั่งทหารรบเต็มตัว สหรัฐอเมริกาส่งทหารภาคพื้นดินหลายแสนนาย กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปูพรมใส่เวียดนามเหนือ ลาว กัมพูชา เครื่องบินรบมุ่งทำลายเส้นทางสายโฮจิมินห์ที่เวียดนามเหนือใช้ส่งเสบียงให้เวียดกง
ปี ค.ศ. 1968 กองทัพเวียดนามเหนือพร้อมกับเวียดกงเปิดฉากบุกกะทันหันช่วงเทศกาลตรุษญวน กองกำลังคอมมิวนิสต์โจมตีเมืองใหญ่กว่า 100 แห่งทั่วเวียดนามใต้ แม้กองทัพสหรัฐอเมริกาโต้กลับจนเอาชนะทหารเวียดกงได้สำเร็จ แต่ภาพความสูญเสียทำให้ชาวอเมริกันเริ่มหมดศรัทธา ขบวนการประท้วงต้านสงครามลุกลามทั่วสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกาถอนกำลัง
ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ขึ้นรับตำแหน่งพร้อมนโยบายถอนทหารอเมริกัน เขาลดจำนวนทหารสหรัฐอเมริกา ส่งมอบหน้าที่ให้กองทัพเวียดนามใต้รับผิดชอบการรบแทน ตัวแทนสหรัฐอเมริกาลงนามข้อตกลงสันติภาพปารีสในปี ค.ศ. 1973 รัฐบาลดึงทหารกลับประเทศทั้งหมด
พอปราศจากการช่วยเหลือจากทหารอเมริกัน กองทัพเวียดนามเหนือก็บุกใหญ่ ท้ายที่สุดกองทัพประชาชนเวียดนามเหนือยาตราทัพเข้ายึดกรุงไซ่ง่อนในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1975 ปิดฉากสงครามยาวนาน เวียดนามรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวในปีต่อมา
สงครามครั้งนี้สร้างความสูญเสียมหาศาล มีผู้เสียชีวิตราว 3 ล้านคน ประกอบด้วยทหาร พลเรือน ชาวเวียดนาม ลาว กัมพูชา ทหารอเมริกันเสียชีวิตเกือบหกหมื่นนาย กองทัพเขมรแดงก่อความวุ่นวายจนเกิดสงครามกลางเมืองในกัมพูชา เหตุการณ์ทั้งหมดผลักดันให้ประชาชนหลายล้านคนกลายเป็นผู้ลี้ภัย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:




