กรมอุทยาน จับตาเฝ้าระวัง เสือดาวแห่งป่าอมก๋อย หนีไฟป่า เข้าไปซ่อนในถ้ำ

กรมอุทยาน เฝ้าระวังและดูแลอย่างห่างๆ เสือดาวแห่งป่าอมก๋อย หนีไฟป่า เข้าไปซ่อนในถ้ำ เบื้องต้นพบว่าสุขภาพยังแข็งแรง
เพจเฟซบุ๊ก PR กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เมื่อบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป… ชมคลิปการลี้ภัยของ “เสือดาวแห่งอมก๋อย”
คลิปที่บีบหัวใจคนรักสัตว์ป่า เมื่อ “เสือดาว” แห่งป่าอมก๋อย เข้ามาหลบภัยในถ้ำเพื่อหนีจากเปลวเพลิงที่กำลังลุกลาม โชคดีที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย สำนักบริหาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และ WWF-Thailand พบเจอน้องในสภาพที่ยังแข็งแรง และได้วางกำลังเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ เพื่อความปลอดภัย
มาร่วมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อให้ป่าอมก๋อยกลับมาเป็นบ้านที่ปลอดภัยของน้องอีกครั้ง”
พร้อมเขียนข้อความต่อว่า “ท่ามกลางเกลียวคลื่นความร้อนและกลุ่มควันสีเทาหม่น ที่ปกคลุมเทือกเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ภาพที่ถูกบันทึกไว้ได้กลายเป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลัง ถึงวิกฤตที่สิ่งมีชีวิตในป่ากำลังเผชิญ เมื่อ “เสือดาว” ตัวหนึ่งต้องทิ้งบ้าน มาขดตัวหลบภัยอยู่ในถ้ำเพื่อเอาชีวิตรอดจากเปลวเพลิง

”วิถีที่เปลี่ยนไป” สำหรับเสือดาว ป่าคือทุกสิ่ง ทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และที่กำบัง แต่เมื่อ “ไฟป่า” ลุกลาม สัญชาตญาณนักล่าที่เคยปราดเปรียวกลับต้องเปลี่ยนมาเป็น “ผู้ลี้ภัย” อย่างเต็มตัว ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่าในสถานการณ์นี้รุนแรงเกินกว่าที่เราเห็นเพียงตาเปล่า
การสูญเสียที่อยู่อาศัย ป่าที่เคยรกชัฏกลายเป็นทุ่งเถ้าถ่าน บีบให้สัตว์น้อยใหญ่ต้องอพยพออกนอกพื้นที่เขตอิทธิพลเดิม จนเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับมนุษย์หรือถูกล่าได้ง่ายขึ้น ห่วงโซ่อาหารที่ขาดสะบั้น เมื่อไฟเผาทำลายพืชพรรณ สัตว์กินพืชขนาดเล็กที่เป็นอาหารหลักของเสือดาวก็ล้มตายหรือหนีหายทำให้เหล่านักล่าต้องเผชิญกับภาวะอดอยาก
ซ้ำเติมด้วยภัยเงียบจากควันพิษ ไม่ใช่แค่ความร้อน แต่ค่าฝุ่นละอองและควันที่เข้มข้นทำลายระบบทางเดินหายใจของสัตว์ป่าไม่ต่างจากคน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและมีโอกาสรอดชีวิตลดลง”
โชคดีที่เสือดาวตัวนี้ ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและไหวตัวทัน การเลือกหลบในถ้ำ คือการใช้ธรรมชาติเป็นเกราะกำบังความร้อนที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ และ WWF-Thailand ที่คอยดูแลอยู่ห่างๆ คือ กำแพงอีกชั้น ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ซ้ำเติมโศกนาถกรรมธรรมชาติด้วยน้ำมือมนุษย์”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งอากาศยานอีก 2 ลำ ทำฝนหลวง ช่วยดับไฟป่าภาคเหนือ
- เชียงใหม่วิกฤต! ไฟป่าดอยสุเทพโหมหนัก กระทบควันคลุมรันเวย์สนามบิน
- อดีต สส.พรรคประชาชน แฉมีการจ้างเผาป่า เพื่อดึงงบ จี้ต้องเร่งแก้ไข
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





