ฝุ่น PM2.5 เหนือ-อีสานวิกฤตหนัก เตือนระดับอันตราย ซ้ำไทยไร้ฝนช่วยอีก 7 วัน

วิกฤตฝุ่นพุ่ง PM2.5 ภาคเหนือ-อีสานระดับอันตราย สีแดงเข้มหลายจังหวัด พบจุดความร้อนเพื่อนบ้านพุ่งหมื่นจุดบวกลมพัดเข้าไทย คาด 7 วันนี้ไร้ฝนช่วย สั่งหน่วยงานรับมือด่วน กางแผนใช้โดรนสกัดไฟพื้นที่เข้าถึงยาก
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 พบว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่นละอองในระดับอันตราย โดยเฉพาะภาคเหนือที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงเป็นพื้นที่สีแดงเกือบยกภาค
-
ภาคเหนือ : สถานการณ์หนักที่สุด วัดได้ 28.2 – 198.3 มคก./ลบ.ม. พื้นที่สีแดงเข้มครอบคลุม เชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, น่าน, แพร่, พะเยา และตาก
-
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : วัดได้ 32.5 – 88.5 มคก./ลบ.ม. ส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม แต่จังหวัดนครพนมยังคงวิกฤตเป็นพื้นที่สีแดง
-
ภาคกลางและตะวันตก : 20.3 – 35.7 มคก./ลบ.ม.
-
กรุงเทพฯ และปริมณฑล : 16.4 – 31.8 มคก./ลบ.ม.
-
ภาคตะวันออก: 17.8 – 35.0 มคก./ลบ.ม.
-
ภาคใต้ : อากาศดีที่สุด วัดได้ 12.7 – 16.0 มคก./ลบ.ม.
ข้อมูลดาวเทียมวันที่ 28 มีนาคม พบจุดความร้อนในประเทศไทยสูงถึง 4,291 จุด โดยร้อยละ 85 เกิดในพื้นที่ป่า จังหวัดที่พบมากที่สุดคือ เชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ขณะที่สถานการณ์จากประเทศเพื่อนบ้านน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมียนมาที่พบจุดความร้อนสูงถึง 10,834 จุด ตามด้วย สปป.ลาว 4,157 จุด ซึ่งกระจุกตัวอยู่ประชิดชายแดนไทย
นอกจากนี้ กระแสลมฝ่ายตะวันตกพัดพามวลฝุ่นและควันจากภายนอกเข้ามาสมทบ ประกอบกับพยากรณ์อากาศ 5-7 วันข้างหน้า ฝนมีแนวโน้มขาดช่วง ทำให้สภาพอากาศปิด ฝุ่นสะสมตัวได้ง่ายและไฟป่ามีโอกาสลุกลามรวดเร็ว
ภาครัฐได้ระดมกำลังพลและเทคโนโลยีเข้าจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยใช้โดรนและอากาศยานบินตรวจหาจุดเกิดไฟและเข้าดับไฟในพื้นที่สูงชันที่เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าถึงยาก รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เคาะประตูบ้านทำความเข้าใจกับชาวบ้านขอลดการเผา พร้อมแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความเข้ามือถือประชาชนโดยตรงเพื่อแนะนำวิธีปฏิบัติตัว
กรมควบคุมมลพิษส่งหนังสือถึงกรมเอเชียตะวันออกเพื่อประสานเพื่อนบ้านแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อสายตรงผ่านกลุ่ม Hotline Clear Sky ถึงอธิบดีสิ่งแวดล้อมเมียนมาและลาว ขอความร่วมมือเร่งดับไฟป่าในพื้นที่ของตนเองโดยเร็ว
ศกพ. ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด หากจำเป็นต้องออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ และติดตามสถานการณ์เรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th

ข้อมูลจาก : กรมควบคุมมลพิษ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ภาคเหนือวิกฤตหนัก ชาวเชียงใหม่เลือดกำเดาทะลัก ฝุ่นพิษพุ่งสีแดงเข้มทั่วเมือง
- สภ.เมืองอุทัยธานี ปัดฝุ่นนำจักรยานมาใช้ รับมือวิกฤติน้ำมันขาดแคลน
- คพ. วอนประชาชน ลดเผากระดาษ-จุดธูป ช่วงตรุษจีน ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



