วิธีป้องกัน ไข้กาฬหลังแอ่นระบาด ดับแล้ว 3 อัตราตายพุ่ง 60% เช็กอาการด่วน

เช็กอาการ ไข้กาฬหลังแอ่นระบาด พบป่วย 5 ราย ดับแล้ว 3 ราย ชี้อัตราตายสูงถึง 60% เตือนกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้สูงคอแข็ง-ผื่นจ้ำเลือด รีบพบแพทย์ทันที
ช่วงที่ผ่านมาเราอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อของ โรคไข้กาฬหลังแอ่น บ่อยนัก แต่ล่าสุดข้อมูลจาก กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เผยว่าโรคนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต ในปี 2569 นี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569) ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมแล้วจำนวน 5 ราย กระจายอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ น่าน, ยะลา, นนทบุรี, นครศรีธรรมราช และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย
แม้ตัวเลขผู้ป่วยจะดูน้อยแต่ในจำนวน 5 รายนี้ มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60
ปัจจุบันยังเป็นการติดเชื้อแบบประปรายในพื้นที่ ไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ สอดคล้องกับสถิติย้อนหลัง 10 ปี ที่มักพบผู้ป่วยในไทยประมาณปีละ 20–30 รายเท่านั้น
ใครคือกลุ่มเสี่ยงโรคไข้กาฬหลังแอ่น
จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ากลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือ เด็กเล็ก (0–4 ปี) รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40–49 ปี และ 20–29 ปี
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงเฉพาะที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น (15–24 ปี) ที่อยู่ร่วมกันในหอพัก หรือไปเที่ยวสถานบันเทิง รวมทั้งผู้ที่มีภาวะเสี่ยง: เช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ไม่มีม้าม หรือผู้ติดเชื้อ HIV.

รู้จักโรคไข้กาฬหลังแอ่น ติดต่ออย่างไร อาการแบบไหน?
โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis มีหลายสายพันธุ์ (Serogroup) ที่สําคัญคือ A, B, C, W และ Y เชื้อจะส่งผล ต่อระบบเยื่อหุ้มสมองและกระแสเลือดอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน ติดผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม, การสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หรือบุหรี่ไฟฟ้า
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
- ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง
- มีอาการคอแข็ง ซึม
- มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือผื่นเลือดออก
หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบแจ้งประวัติการเดินทางหรือการสัมผัสโรคให้แพทย์ทราบทันที เพราะการรักษาที่รวดเร็วช่วยลดโอกาสเสียชีวิตได้
เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 มีรายงานการระบาดของสายพันธุ์ B ในกลุ่มนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Kent สหราชอาณาจักร ทำให้เห็นว่าสถานที่ที่มีคนรวมตัวกันหนาแน่น เช่น หอพัก หรือไนท์คลับ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั่วโลกพบผู้ป่วยประมาณ 1.2 – 2.3 ล้านรายต่อปี
มาตรการป้องกันสำหรับประชาชนไทย
กรมควบคุมโรคยังคงเดินหน้าค้นหาผู้ป่วย วินิจฉัย และให้ยาปฏิชีวนะโดยเร็ว รวมถึงติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อป้องกันการระบาด
สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องไปอยู่ในหอพัก สถานศึกษา หรือเข้าค่ายควรพิจารณารับวัคซีนป้องกัน ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง
แม้ประเทศไทยจะยังไม่อยู่ในภาวะการระบาด แต่ด้วยความรุนแรงของโรคที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนจึงควรตระหนักแต่ไม่ตระหนก และหมั่นสังเกตอาการของตนเองและบุตรหลานอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เตือน “โรคกาฬหลังแอ่น” ระบาดหนัก เสียชีวิตแล้ว 1 รายในไทย พบผื่นขึ้น รูปดาวกระจาย
- โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบระบาด พุ่ง 27 ราย ลามเข้าลอนดอน หมอเครียด เชื้อแพร่เร็วผิดปกติ
- จริงหรือ อีสุกอีใส เป็นแล้ว ไม่เป็นซ้ำอีก หลังระบาดหนัก ติดเชื้อหลักหมื่น
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





