ออกฎใหม่ พยาบาล ห้ามทำงานเกิน 52 ชม./สัปดาห์ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย

สภาการพยาบาลออกประกาศ กำหนดชั่วโมงทำงาน พยาบาลทั่วประเทศสูงสุด 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อลดความเหนื่อยล้าเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569
สภาการพยาบาลออกประกาศ เนื่องจากตระหนักว่าการมีกำลังพยาบาลเพียงพอส่งผลดีต่อคุณภาพการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน การที่พยาบาลทำงานต่อเนื่องยาวนาน พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการทำงาน ความปลอดภัยของผู้ป่วย คุณภาพการบริการสุขภาพ
ประธานสภาการพยาบาลอาศัยอำนาจตามกฎหมายวิชาชีพการพยาบาลกับการผดุงครรภ์ ออกประกาศฉบับนี้ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พร้อมยกเลิกนโยบายฉบับเดิมเมื่อปี 2560 ประกาศฉบับใหม่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการจัดเวลาทำงานหลายประการ
ผู้บริหารการพยาบาลของสถานพยาบาลต้องออกแบบจัดเวลาทำงานให้พยาบาลทำงานได้เต็มศักยภาพ มีความปลอดภัยทั้งต่อตัวพยาบาลกับผู้ป่วย สถานพยาบาลต้องจำกัดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมเวลาทำงานทั้งหมดต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ผู้บริหารต้องจัดตารางงานควบคุมเวลาทำงานรวมไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง ไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การคำนวณเวลานี้รวมเวลาทำงานล่วงเวลา เวลาปฏิบัติงานจริงจากกรณีที่สถานพยาบาลเรียกตัวฉุกเฉิน การทำงานล่วงเวลาเป็นสิทธิตามความสมัครใจ ผู้บริหารต้องมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า
เงื่อนไขการจัดตารางงานต้องมีเวลาพักฟื้นระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง สถานพยาบาลต้องเลี่ยงการจัดเวรที่มีความเสี่ยงสูง ไม่จัดให้กลับมาทำงานเวรถัดไปเร็วเกินไป ผู้บริหารต้องจัดวันพักหรือเวลาพักชดเชยหลังพยาบาลทำงานหนักเกินปกติ รวมถึงจัดช่วงเวลาพักสั้นหรืองีบหลับเชิงกลยุทธ์ช่วงเวรดึก สถานพยาบาลต้องเตรียมพื้นที่พัก จัดระบบดูแลผู้ป่วยทดแทนเพื่อลดความเหนื่อยล้าสะสม
หากสถานพยาบาลจัดให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ผู้บริหารห้ามจัดให้ทำงานติดต่อกันเกิน 3 วันใน 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้า กรณีจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สถานพยาบาลสามารถให้พยาบาลทำงานเกินเวลาที่กำหนดได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้บริหารการพยาบาล การอนุญาตนี้ใช้กับเหตุการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ล่วงหน้า หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยผู้ป่วยระดับวิกฤต สถานพยาบาลต้องมีแผนบริหารจัดการความต่อเนื่อง มีมาตรการแก้ปัญหาอัตรากำลังระยะสั้นระยะยาว ป้องกันการทำงานเกินเวลามาตรฐานติดต่อกันนานเกินไป
ผู้บริหารควรหลีกเลี่ยงการจัดตารางเวรแบบหมุนตลอด 24 ชั่วโมงที่มีการเปลี่ยนเวลาทำงานบ่อยครั้ง รูปแบบนี้ทำให้เวลาพักฟื้นไม่พอ หากจำเป็นควรใช้การหมุนเวรแบบไปข้างหน้า พร้อมจัดเวลาพักฟื้นไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง สถานพยาบาลควรส่งเสริมการจัดเวรแบบคงที่หรือรูปแบบผสมตามความเหมาะสม โดยดูความสมัครใจ ลักษณะงาน ความปลอดภัยผู้ป่วยเป็นหลัก
พยาบาลต้องประเมินความพร้อมร่างกายจิตใจตนเองก่อนตัดสินใจทำงานล่วงเวลาหรือทำงานต่อเนื่องหลายเวร เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อตนเอง ผู้ป่วย ผู้รับบริการ ผู้บริหารต้องคำนึงถึงผลกระทบจากการทำงานยาวนาน สถานพยาบาลอาจใช้การประเมินความพร้อมก่อนจัดตารางทำงานล่วงเวลา
ฝ่ายบริหารต้องมีระบบสนับสนุนองค์กรป้องกันความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า ภาวะหมดไฟ ระบบนี้ครอบคลุมการจัดการภาระงาน ส่งเสริมการนอนหลับ จัดการความเครียด ดูแลโภชนาการ การออกกำลังกาย ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน ผู้บริหารต้องส่งเสริมให้พยาบาลมีความรู้เรื่องสมดุลการทำงาน การพัฒนาตนเอง การดูแลครอบครัว การพักผ่อน สถานพยาบาลต้องนำหลักเกณฑ์ทั้งหมดนี้ไปใช้จัดตารางทำงานของพนักงานช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย บุคคลในทีมการพยาบาลด้วยเช่นกัน
ประกาศฉบับนี้ลงนามเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยรองศาสตราจารย์ สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



