โป๊ะแตก! กัมพูชาผุด เศียรพระในรากไม้ ชาวเน็ตจับผิด ปูนยังไม่แห้ง หวังเคลมไทย?
โซเชียลร้อนฉ่า! เพจดัง “เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน” แฉภาพวัดในกัมพูชา สร้างเลียนแบบ “เศียรพระในรากไม้” ของไทยแบบจะจะ ชาวเน็ตตาดีจับสังเกต “ปูนยังไม่แห้ง” แถมมีคนคอยพรมน้ำเลี้ยง
เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กเพจชื่อดัง เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน ได้โพสต์ภาพและข้อความแฉพฤติกรรมสุดแปลกที่เกิดขึ้นในวัดแห่งหนึ่งของประเทศกัมพูชา ซึ่งพยายามสร้างโบราณสถานเลียนแบบธรรมชาติตามแบบฉบับ Unseen Thailand
ยัดเยียดความขลัง? สร้าง “เศียรพระในรากไม้” เลียนแบบไทย
ทางเพจได้ระบุข้อความเจาะจงถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่า “ปูนมันยังไม่แห้งสนิทเลยด้วยซ้ำ…วัดแห่งนึงในกัมพูชา นำเศียรพระไปยัดไว้ตรงรากของต้นโพธิ์ เลียนแบบวัดดังในไทย (ของไทยเป็นไปตามธรรมชาติและกาลเวลา)”
โดยภาพที่ปรากฏ เป็นรูปปั้นลักษณะคล้ายเศียรพระหรือวัตถุโบราณที่โผล่ออกมาจากตรงกลางลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งดูผิวเผินคล้ายกับ “เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ณ วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกของไทย แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ของไทยนั้นเกิดจากธรรมชาติที่รากไม้โอบอุ้มเศียรพระไว้ผ่านกาลเวลานับร้อยปี ในขณะที่ภาพจากกัมพูชานี้ ทางเพจระบุว่าเป็นการ “ยัด” เข้าไปใหม่

จับโป๊ะเต็มๆ “ปูนยังไม่แห้ง” – หญิงเสื้อฟ้าช่วยพรมน้ำ
นอกจากนี้ แอดมินเพจยังได้คอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์เพื่อยืนยันข้อสังเกตดังกล่าว โดยระบุสั้นๆ ว่า “เบาๆ ยังไม่แห้งสนิท” พร้อมแนบหลักฐานเป็นภาพของชาวบ้านผู้หญิงคนหนึ่ง สวมเสื้อสีฟ้า กำลังเอาน้ำพรมไปยังรูปปั้นดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเป็นการแต่งเติมหรือดูแลรักษาสิ่งที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่นี้
ทางเพจ “เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน” ยังได้วิเคราะห์ทิ้งท้ายถึงจุดประสงค์ของการกระทำครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า นี่อาจเป็นความพยายามในการสร้างหลักฐานทางวัฒนธรรมใหม่เพื่ออ้างสิทธิ์ในอนาคต
“ด้วยความอยากมีวัฒนธรรมเหมือนไทยที่กัมเกลียด เลยสร้างวันนี้ เพื่อให้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชาวกัมพูชาจะได้พูดได้ว่า…เสียมก๊อปเรา”

เศียรพระในรากไม้ ของจริงอยู่นี่! เปิดตำนาน “วัดมหาธาตุ” อยุธยา หลังเขมรทำโป๊ะ “ปูนยังไม่แห้ง”
ถ้าพูดถึงภาพที่คนทั่วโลกจดจำประเทศไทยได้ทันที หนึ่งในนั้นต้องมีภาพเศียรพระพุทธรูปที่จมอยู่กลางรากต้นโพธิ์ ณ วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาพนี้ปรากฏในหนังสือท่องเที่ยว สารคดีระดับโลก และแม้แต่รั้วสำนักงานใหญ่ยูเนสโกที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ทำไมวันนี้ภาพเดียวกันนี้ถึงกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่โยงถึงกัมพูชา
วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางเกาะเมืองอยุธยา และถือเป็นวัดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นศูนย์กลางพระราชพิธีสำคัญมาตลอด
วัดนี้สร้างขึ้นในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) เมื่อ พ.ศ. 1917 แต่ยังไม่แล้วเสร็จดีก็สวรรคตก่อน ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างต่อจนแล้วเสร็จ
ส่วนตัวเศียรพระพุทธรูปในรากไม้นั้น เป็นเศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งสันนิษฐานว่าเศียรพระหล่นลงมาบริเวณโคนต้นโพธิ์ที่อยู่ข้างวิหารราย ในช่วงบูรณะครั้งอดีตราว 50 ปีมาแล้ว ส่วนองค์พระนั้นหายไป เมื่อกาลเวลาผ่านไป รากโพธิ์ก็ค่อย ๆ งอกออกมาห่อหุ้มเศียรพระไว้แน่น จนดูคล้ายกับเศียรพระผุดออกมาจากต้นโพธิ์
นักประวัติศาสตร์บางส่วนเชื่ออีกทฤษฎีหนึ่งว่า เศียรพระพุทธรูปนี้คงหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุง จนรากไม้ขึ้นปกคลุม คือเมื่อครั้งพม่าเผาทำลายกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2310 พระพุทธรูปหลายองค์แตกหักและถูกทิ้งร้าง เศียรพระที่หักออกจากองค์จึงอาจกลิ้งมาอยู่ใต้โคนโพธิ์ แล้วรากไม้ค่อย ๆ งอกครอบไว้เป็นเวลาหลายร้อยปี

ยูเนสโกยืนยัน ของแท้ระดับโลก
เมื่อ พ.ศ. 2554 ในช่วงการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก ประเทศฝรั่งเศส มีการคัดเลือกภาพแหล่งมรดกโลกประมาณ 40-50 ภาพ จากแหล่งมรดกโลกทั้งหมด 936 แหล่ง มาติดไว้บริเวณรั้วสำนักงานใหญ่ทั้ง 4 ด้าน โดย 1 ในนั้นคือภาพ “เศียรพระพุทธรูปในรากต้นโพธิ์” นี้
ยูเนสโกขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งรวมถึงวัดมหาธาตุ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ. 2534 มาแล้ว ทั้งหมดนี้จึงมีเอกสารและหลักฐานระหว่างประเทศรองรับอย่างชัดเจน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ฮุน มานี” เทียบไทย-กัมพูชา เหมือนลิ้นกับฟัน ขาดกันไม่ได้ เร่งหาทางจบขัดแย้ง.
- กองทัพไทยโต้ “มาลี” ยันไม่ได้ยึดดินแดนเขมร เป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย
- โบกมือลา “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กัมพูชา” ประกาศยุติกิจการ หลังให้บริการกว่า 12 ปี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





