ข่าวการเมือง

เปิดวอร์สนั่นโซเชียล! ปมธงไทยในสมรภูมิตะวันออกกลาง “ดร.เลอพงษ์” ปะทะเพจความมั่นคง

ประเด็นร้อนแรงที่ลุกลามจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมาสู่สมรภูมิคีย์บอร์ดในไทย เมื่อเกิดการตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อนระหว่าง ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อดีตนายกสมาคมนักศึกษาไทยในอิหร่าน กับเพจสายความมั่นคงอย่าง Army Military Force ปมการใช้ “ธงชาติไทย” ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับสากล ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วในเรื่องการวางตัวของไทยบนเวทีโลก

จากกรณี ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ในมหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งหนึ่งในอิหร่าน อดีตนายกสมาคมนักศึกษาไทย-อิหร่าน ที่มักรายงานข่าวที่มีภาพและคลิปจากฝั่งของตะวันออกกลางโพสต์ข้อความเมื่อ 8 มี.ค. 2569 เริ่มด้วยการติดแฮชแท็ก #ข้อความฝากถึงเพจ จากนั้นร่ายยาวเนื้อหาว่า ธงชาติที่อยู่ข้าง ๆ ธงชาติไทยนั่นคือ ธงชาติอินโดนีเซีย และบอกว่ามีแต่ธงชาติไทย​ ตาบอดหรือไงถึงไม่เห็น? ส่วนพม่า มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เขาไม่มีธง แต่ในคลิปตอนขึ้นกล่าวแถลงการณ์ก็ระบุชัดเจนว่ามาจากประเทศไหนบ้างแล้ว อย่าโชว์ความไม่รู้ให้คนอื่นหลงผิด

“อย่ามั่ว อย่าอวดฉลาดในสิ่งที่ไม่รู้ ความจริงมันอยู่ตรงหน้า แต่กลับบิดเบือนให้คนเข้าใจผิด นี่มันไม่ใช่การทำสื่อ แต่เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองและจำไว้อย่าพยายามยึดความเป็นไทยไว้ที่ตัวเอง เพราะความถูกต้องและความยุติธรรม​ไม่ได้ระบุว่าจะเป็นชาติไหน ความจริงมันชัดเจน และมันจะฟาดกลับเอง”

“ส่วนที่สหรัฐ​จับตา​ แสดง​ว่ายังไม่รู้จักผมอ่ะนะ​ ผมเป็นแกนนำเดินประท้วงหน้าสถานทูตรัฐเถื่อนอิสราเอล​ในไทยมาเกือบ​ 30 ปี​ และเป็นแกนนำเดินขบวน​หน้าสถานทูต​สหรัฐฯ​ประจำกรุงเทพเมื่อปี​ 2012 ไปหาดูในยูทูปนะ​ ช่วงนั้นเพจคุณ​ยังไม่เกิดและยังไม่รู้จักสถานการณ์​โลกด้วยซ้ำ​”

“ทั้งสหรัฐ​ อิสราเอล​และความมั่นคงไทยรู้จักผมดี​ ไม่จำเป็นที่เพจคุณช่วยนำเสนอให้​ #รายละเอียดเจอกันไลฟ์สดพรุ่งนี้ #ขออนุญาตนำภาพเก่าๆ บางส่วนมาให้ชม”

ความมั่นคงกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง สื่อสังคมออนไลน์เดือดดาลกับการมีส่วนร่วมของไทยในความขัดแย้งระดับโลก
ภาพ @Facebook
ดร.เลอร์พงษ์ปกป้องการเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่นักวิจารณ์เตือนไม่ให้นำสงครามกลับมาสู่ประเทศไทย
ภาพ @Facebook

ฝั่งเพจความมั่นคงและโซเชียลย้ำหนัก ! “พื้นที่ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนรวม”

ต่อมาเฟซบุ๊กแฟนเพจ Army Military Force โพสต์ข้อความตอบกลับทันที โดยระบุ่า คุณอยากจะทำอะไรก็ทำไป จะสนับสนุนอะไรเรื่องของคุณครับ แต่ไม่ควรเอาธงไทยไปโบกด้วย เพราะยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เห็นด้วยกับคุณให้ทำแบบนั้น ในนามส่วนตัวเอาเลย คุณจะสนับสนุนจะทำอะไรเต็มที่ แต่ไม่ใช่ในนามประเทศไทย!

ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการโบกธง แต่คือการปะทะกันของ 2 แนวคิด โดยถึงตรงนี้มุมโลกโซเชียลต่างใส่ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยอยากให้ประเทศสยามบ้านเราวางตัว “เป็นกลาง” น่าจะเป็นชอยซ์ดีสุดในสถานการณ์โลกที่ระส่ำระสายอยู่ในเวลานี้

“เราต้องทำตัวเป็นกลาง ไม่ควรเอาประเทศเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามนี้ หาเรื่อง”

“จะไม่อะไรเลยนะถ้าไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นตัวแทนเสียงของคนไทย70ล้านคน ใจเย็นนะ เราไม่ได้อยากมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนี้ ในความคิดเราคือประเทศไทยควรรักษาความเป็นกลางไว้ หากมีความสูญเสียก็แสดงความเสียใจ ไม่ต้องเข้าข้างใคร และไม่ซ้ำเติมใคร”

“ใช่ค่ะ จะเชียร์ให้ใครก็เชียร์ไป แต่อย่าเอาธงชาติไทยเข้าไปเกี่ยวข้องอย่าเหมารวม คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลเดี๋ยวเขาจะเดือดร้อนไปด้าย คนไทยทุกคนไม่ได้เห็นด้วย เป็นกลางนะดีแล้วอย่านำภัยเข้าประเทศตัวเองและคนในชาติ”

“เป็นกลางเหมือนกันครับ กลางเตหะราน”

อย่างไรก็ดีหน้าของเหรียญอีกด้านซึ่งอยู่มุมดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด ก็สนับสนุนด้วยตัวอักษรทำนอง “เห็นด้วยในฐานะคนไทย สุดยอด ปกป้องผู้ถูกกดขี่คือหน้าที่ของชาวไทยทุกท่านเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

“ขอบคุณนะคะ ที่ส่งข่าวให้เราได้รับรู้ถึงโลกภายนอก ว่าเขาไปกันถึงไหนแล้ว เราเคารพในสิทธิในการแสดงออกที่อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม ศิลธรรม มนุษย์ธรรม เราเชื่อมั่นใน ดร. และคนไทยที่นั่น เราขอให้ทุกท่านปลอดภัยและเข้มแข็งเป็นกำลังใจให้ส่งข่าวมาให้เราได้รู้เรื่องราวในตะวันออกกลางอีกเยอะๆ นะคะ”

Army Mikitary Force Dramatics
ภาพ Facebook @Army Military Force
เพจ Army Military Force ตอบโต้ ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
ภาพ Facebook @Army Military Force

ทางออก “สิทธิส่วนบุคคล” ภายใต้ “ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม”

ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ทางออกที่เหมาะสมควรตั้งอยู่บนหลักการ 2 ประการ

แยกแยะตัวตน (Personal vs National Identity) การแสดงจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ต้องระมัดระวังการใช้สัญลักษณ์ร่วมของชาติ (ธงชาติ) ในลักษณะที่อาจทำให้สังคมโลกเข้าใจผิดว่ารัฐบาลหรือประชาชนส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบทางด้านการทูตและเศรษฐกิจ

การทูตที่สมดุล ประเทศไทยควรยึดมั่นในการเรียกร้องสันติภาพและความสงบสุขผ่านช่องทางทางการการทูตเป็นหลัก การแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียของทุกฝ่ายโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะช่วยให้ไทยคงสถานะ “มิตรกับทุกฝ่าย” และรักษาความปลอดภัยให้กับพลเมืองไทยทั่วโลกได้ดีที่สุด.

National Symbols and Private Activism
ภาพ Facebook @ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
ภาพ @armymilitaryforcenews
ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด กับธงชาติไทยที่เป็นประเด็น
ภาพ @Facebook
ภาพ @armymilitaryforcenews
ภาพ @armymilitaryforcenews
ดร.เลอร์พงษ์ปกป้องการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ภาพ @Facebook
ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
คอมเมนต์จาก Facebook @ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
คอมเมนต์จาก Facebook @ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
คอมเมนต์จาก Facebook @ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
คอมเมนต์จาก Facebook @ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
คอมเมนต์จาก Facebook @ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button