ปากีสถาน VS อัฟกานิสถาน สรุปที่มาที่ไปสงคราม เกิดอะไรขึ้น เทียบกำลังทหาร

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินถล่มเมืองสำคัญของอัฟกานิสถาน ทั้งกรุงคาบูล กันดาฮาร์ และปักเตีย เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีข้ามพรมแดน
คาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีกลาโหมปากีสถานยืนยันสถานะสงครามเปิดเผย มุ่งเป้าทำลายกองบัญชาการและคลังกระสุนของกลุ่มตาลีบัน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย
ขณะที่ชาห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีประกาศพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ ท่ามกลางความกังวลจากนักการทูตที่เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและเร่งเจรจาหาทางออกร่วมกัน

จุดปะทุของการโจมตีรอบล่าสุด
-
เหตุการณ์เริ่มขึ้นในช่วงดึกของวันพฤหัสบดี กองกำลังทหารของตาลีบันได้เปิดฉากโจมตีที่มั่นของปากีสถานตามแนวชายแดน
-
ทางการกรุงคาบูล (อัฟกานิสถาน) ระบุว่า การโจมตีเป็นการตอบโต้ที่ปากีสถานทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ที่ปากีสถานอ้างว่าเป็นค่ายของกลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย
-
เพื่อเป็นการเอาคืน ในช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ ปากีสถานได้เริ่มยุทธการที่ชื่อว่า “Operation Righteous Fury” (ยุทธการความพิโรธที่ชอบธรรม)
-
การโจมตีทางอากาศของปากีสถานพุ่งเป้าไปที่โรงงานป้องกันประเทศของอัฟกานิสถานในกรุงคาบูล, จังหวัดปักเตีย และจังหวัดกันดาฮาร์ ซึ่งกันดาฮาร์ถือเป็นจุดกำเนิดทางจิตวิญญาณของกลุ่มตาลีบันและเชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของ Hibatullah Akhundzada ผู้นำสูงสุดของกลุ่ม
-
ปากีสถานอ้างว่าการโจมตีทางทหารของตนสามารถสังหารนักรบตาลีบันอัฟกานิสถานได้ 133 ราย ในขณะที่ฝ่ายอัฟกานิสถานรายงานว่ามีทหารของตนเสียชีวิต 8 ราย

รอยร้าวของอดีตพันธมิตร
แม้ปากีสถานและอัฟกานิสถานจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม แต่ก็มีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนร่วมกัน
-
หลังจากกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถานถูกกองกำลัง NATO โค่นล้มในปี 2001 ปากีสถานเคยเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก โดยให้ที่พักพิงแก่นักรบตาลีบันในฝั่งพรมแดนปากีสถาน และสนับสนุนการทำสงครามกองโจรต่อต้านรัฐบาลอัฟกานิสถานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ
-
อย่างไรก็ตาม หลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังและตาลีบันกลับมามีอำนาจในกรุงคาบูลอีกครั้งในปี 2021 ปากีสถานกลับต้องเผชิญกับเหตุรุนแรงจากกลุ่มอิสลามิสต์ที่พุ่งสูงขึ้น
-
รัฐบาลปากีสถานกล่าวหาว่า “กลุ่มตาลีบันปากีสถาน” (TTP) เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงส่วนใหญ่ และกล่าวหาอัฟกานิสถานว่าให้ที่พักพิงแก่กลุ่ม TTP ในดินแดนของตน ซึ่งทางการอัฟกานิสถานได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
-
จากข้อมูลของกองทัพปากีสถานระบุว่า ในปี 2025 มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธทั่วประเทศกว่า 1,200 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2021
-
การโจมตีหลายครั้งในปากีสถาน ก่อเหตุโดยใช้อาวุธของสหรัฐฯ ที่ถูกทิ้งไว้ระหว่างการถอนกำลัง

เทียบขุมกำลังกองทัพ ปากีสถาน VS อัฟากนิสถาน
-
กองทัพปากีสถาน: เป็นชาติมหาอำนาจที่มีอาวุธนิวเคลียร์ มีกำลังพลประจำการราว 660,000 นาย และกองกำลังกึ่งทหารอีกเกือบ 300,000 นาย มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น เครื่องบินขับไล่ F-16 ของสหรัฐฯ, เครื่องบิน Mirage ของฝรั่งเศส และเครื่องบิน JF-17 ที่ผลิตร่วมกับจีน
-
กองทัพอัฟกานิสถาน (ตาลีบัน): มีกำลังพลไม่ถึง 200,000 นาย และไม่มีกองทัพอากาศที่ใช้งานได้จริง กองทัพต้องพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นเก่าของโซเวียต เครื่องบินที่สหรัฐฯ ทิ้งไว้ และโดรนขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของตาลีบันคือยุทธวิธีแบบกองโจร ความยึดมั่นในอุดมการณ์ และประสบการณ์การทำสงครามที่ไม่สมมาตรมาหลายทศวรรษ
นักวิเคราะห์เตือนว่าการตอบโต้ทางการทหารที่ลุกลามอาจนำไปสู่ความวุ่นวายที่รุนแรงขึ้น หากอัฟกานิสถานตอบโต้ เป้าหมายก็อาจจะเป็นใจกลางเมืองต่างๆ ของปากีสถาน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ทั้ง 2 ประเทศควรเร่งกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเร่งด่วน โดยมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้อย่างตุรกี กาตาร์ และซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ไกล่เกลี่ย


ติดตาม The Thaiger บน Google News:



