การเงินราคาทองวันนี้เศรษฐกิจ

เช็กแนวโน้ม ราคาทอง หลังปากีสถานประกาศสงครามเปิดศึกอัฟกานิสถาน

เช็กแนวโน้ม ราคาทอง-น้ำมัน หลังปากีสถานประกาศสงครามอัฟกานิสถาน ทิศทางค่าครองชีพและสินทรัพย์ปลอดภัยโลกจะเป็นอย่างไร วิกฤตนี้กระทบไทยแค่ไหน

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียใต้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมปากีสถานประกาศเข้าสู่ภาวะ สงครามเปิด กับอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนและการโจมตีตอบโต้กันอย่างดุเดือด ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกหันกลับมาใช้ ทองคำและน้ำมัน เป็นมาตรวัดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง

ราคา ทอง-น้ำมัน ตลาดโลก ล่าสุด (อัปเดตสถานการณ์วันนี้)

จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส พบความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์หลักที่น่าสนใจดังนี้

ทองคำสปอต (Gold Spot)

เคลื่อนไหวในระดับ 5,184.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองล่วงหน้าสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 5,201.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง ช่วยพยุงราคาแม้ดอลลาร์จะแข็งค่า

น้ำมันดิบ (Crude Oil)

ราคายังคงแกว่งตัวในกรอบที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อยู่ที่ประมาณ 70.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ประมาณ 65.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งตลาดยังมีความเสี่ยงผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการรอผลการตัดสินใจเรื่องกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+

ด่วน! ปากีสถาน ประกาศทำสงครามกับ อัฟกานิสถาน ลั่นหมดความอดทนแล้ว

กลไกตลาดเมื่อเกิด สงคราม เงินไหลไปทางไหน?

เมื่อสัญญาณความขัดแย้งปะทุขึ้น ตลาดทุนมักตอบสนองผ่าน 3 ช่องทางหลักเพื่อบริหารความเสี่ยง

ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)

เงินจะไหลเข้าสู่ทองคำและพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงทำให้ต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำต่ำลง บรรยากาศความไม่แน่นอนจึงเป็นแรงพยุงยอดซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง

ดอลลาร์แข็งค่าถ่วงราคาทอง

ในบางจังหวะเงินจะไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากดอลลาร์แข็งค่ามากเกินไป จะทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ราคาทองคำอาจแกว่งตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงในวันเดียว

ค่าพรีเมียมความเสี่ยงน้ำมัน

ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นหากตลาดประเมินว่าความขัดแย้งกระทบต่อท่อส่งหรือเส้นทางส่งออกพลังงาน แต่หากไม่กระทบผู้ผลิตรายใหญ่ ตลาดอาจกลับไปโฟกัสปัจจัยอื่นแทน เช่น ประเด็นนิวเคลียร์สหรัฐฯ–อิหร่าน หรือท่าทีของ OPEC+ ซึ่งเป็นตัวแปรใหญ่ในขณะนี้

กลไกตลาดเมื่อเกิด สงคราม เงินไหลไปทางไหน

คนไทยควรเตรียมรับมืออย่างไร?

จากสถานการณ์การปะทุของสงครามในครั้งนี้ คนไทยควรติดตามราคาน้ำมันเบรนท์ ใช้เป็นตัวแทนราคาตลาดโลก โดยควรสังเกตทิศทางต่อเนื่อง 2–3 วันเพื่อดูแนวโน้มที่แท้จริง ไม่ควรด่วนสรุปจากการพุ่งขึ้นเพียงวันเดียว

ประเมินราคาทองคำคู่กับค่าเงินบาท ต้องพิจารณาทั้งราคาทองโลกและค่าเงินบาทประกอบกัน เพราะบาทที่แข็งหรืออ่อนค่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองในประเทศทันที

นอกจากนี้ วิเคราะห์ปัจจัยเสริม ให้ความสำคัญกับมุมมองนักวิเคราะห์เรื่องผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์สำหรับทองคำ ส่วนน้ำมันให้จับตาเรื่อง “พรีเมียมความเสี่ยง” และการเคลื่อนไหวของกลุ่ม OPEC+ เป็นหลัก

ทั้งนี้ สถานการณ์สงครามระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ข้อมูลนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์แนวโน้มเบื้องต้นตามกลไกตลาดและสถิติย้อนหลังเท่านั้น ผู้อ่านควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิดเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลจาก

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button