โดนด่าฉ่ำ สายการบิน ปล่อย 500 ชีวิต ติดแหง็กบนเครื่องข้ามคืน เพราะพนง.เลิกงานกลับบ้านแล้ว

วิจารณ์ขรม สายการบินลุฟท์ฮันซ่ายอมรับ ปล่อยผู้โดยสาร 500 ชีวิตติดแหง็กบนเครื่องบินข้ามคืนที่มิวนิก เพราะสนามบินปิด เจ้าหน้าที่สนามบินเลิกงานกลับบ้านแล้ว
สำนักข่าว RTL.de ของเยอรมนีรายงานข่าว ผู้โดยสารหลายร้อยคนของสายการบิน ลุฟท์ฮันซ่าต้องทนติดอยู่ในเครื่องบินที่จอดนิ่งสนิทข้ามคืนสนามบินมิวนิก โดยไม่มีเจ้าหน้าที่พาตัวออกมา เพราะสนามบินปิดทำการ
ในตอนแรก ลุฟท์ฮันซ่ายอมรับเพียงว่ามีผู้โดยสาร 123 คนจากเที่ยวบินเดียว (LH 2446) ที่ได้รับผลกระทบ แต่หลังจากถูกสื่ออย่าง RTL นำหลักฐานใหม่มาจี้ถาม ทางสายการบินจึงยอมจำนนและรับสารภาพว่า แท้จริงแล้วมีเครื่องบินถึง 5 ลำ ผู้โดยสารรวมกว่า 500 คน ที่ถูกทิ้งไว้กลางลานจอดเครื่องบินข้ามคืน
สาเหตุเบื้องต้น รายงานว่า ตลอดทั้งวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สภาพอากาศที่ย่ำแย่ทำให้เกิดความล่าช้าและเที่ยวบินยกเลิกจำนวนมาก
ลุฟท์ฮันซ่าพยายามฝืนนำเครื่องขึ้นบินในช่วงดึก แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากสนามบินมิวนิกได้ยุติการให้บริการไปแล้ว แม้จะขยายเวลาทำการให้ถึงตี 1 แล้วก็ตาม
ไร้พนักงานช่วยเหลือ พนักงานสนามบินส่วนใหญ่เลิกงานกลับบ้านไปแล้ว ทำให้ไม่มีรถบัสไปรับผู้โดยสารจากจุดจอดเครื่องบินระยะไกล กลับเข้าอาคารผู้โดยสาร ปล่อยให้ผู้โดยสารต้องทนอุดอู้อยู่บนเครื่อง ไม่มีอาหารกิน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
5 เที่ยวบินที่ถูกทิ้งข้ามคืน
-
เที่ยวบิน LH 768 มิวนิก – สิงคโปร์
-
เที่ยวบิน LH 2446 มิวนิก – โคเปนเฮเกน
-
เที่ยวบิน LH 1646 มิวนิก – กดัญสก์
-
เที่ยวบิน EN 8016 มิวนิก – กราซ (ให้บริการโดย Air Dolomiti)
-
เที่ยวบิน EN 8206 มิวนิก – เวนิส (ให้บริการโดย Air Dolomiti)
โฆษกของลุฟท์ฮันซ่าชี้แจงว่า เครื่องบินต้องปฏิบัติตามกฎของสนามบินโดยให้ไปจอดที่จุดจอดระยะไกล และไม่สามารถเข้าจอดเทียบอาคารผู้โดยสารได้ นอกจากนี้ยังอ้างว่าสนามบินมีรถบัสไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โดยสารออกจากเครื่องไม่ได้ โดยลูกเรือได้พยายามดูแลและแจกจ่ายอาหารเครื่องดื่มที่มีอยู่บนเครื่องให้ดีที่สุด ก่อนที่รถบัสจะมารับในอีกหลายชั่วโมงต่อมา
โรเบิร์ต วิลเฮล์ม โฆษกสนามบินมิวนิก ยอมรับว่ารถบัสมีขีดจำกัดทำให้ผู้โดยสารต้องรอนาน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเอ็กซ์คลูซีฟของ RTL เปิดโปงข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในคืนเกิดเหตุ สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่อย่างมิวนิก อาจมีคนขับรถบัสเข้าเวรอยู่เพียงแค่ “คนเดียว” เท่านั้น
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



