
สว. เสนอขึ้นภาษี VAT 10% ร้านค้าเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหมด ไม่ต้องมีรายได้ขั้นต่พ เก็บภาษีหุ้น-ทองคำ เที่ยวต่างประเทศ เก็บเงิน 1 พันบาท
กลุ่ม สว. คณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง วุฒิสภา เพิ่งเปิดเวทีเสนอแนวคิดใหญ่ในการปรับโครงสร้างภาษี ของประเทศไทยใหม่ทั้งหมด แม้รู้ว่าพูดเรื่องขึ้นภาษีแล้วคนจะไม่ชอบ แต่มองว่าถึงเวลาต้องทำ เพื่ออนาคตของประเทศ
สว. กลุ่มนี้มองว่าประเทศไทยเหมือนกบที่ถูกต้มในน้ำที่ค่อยๆ ร้อนขึ้น ปัญหาค่อยๆ เกิดจนเราชิน แต่จริงๆ แล้วอันตรายมาก คนไทยแก่ตัวลงเยอะมาก อายุเกิน 60 ปี มีมากกว่า 30% ของประเทศ แต่คนวัยทำงานและเด็กเกิดใหม่น้อยลงมาก เด็กเกิดใหม่จากปีละ 1.2 ล้านคน เหลือไม่ถึง 4 แสนคน
ตอนแก่ควรมีเงินเก็บสัก 3 ล้านบาท ถึงจะอยู่รอด แต่ความจริงคนไทยเกินครึ่งมีเงินเก็บไม่ถึง 1 ล้านบาท แถมไม่มีระบบบังคับออมเงินด้วย
รัฐบาลกำลังถังแตก ใช้เงินเกินตัว ขาดดุลงบประมาณ มาเป็น 10 ปี หนี้ของประเทศกำลังจะชนเพดานที่ 70% ของจีดีพี สาเหตุหลักเพราะ “คนจ่ายภาษีน้อยมาก” คนทำงาน 40 ล้านคน แต่จ่ายภาษีเงินได้จริงๆ แค่ 4 ล้านคนเท่านั้น! ทางออก สว. เสนอ 5 แนวทางรื้อระบบภาษีใหม่
1. ทยอยขึ้น VAT เป็น 10%
แผนคือ จะค่อยๆ ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% โดยทยอยขึ้นปีละ 1% (ใช้เวลา 3 ปี) ซึ่งจริงๆ แล้ว VAT 10% เป็นเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว และไทยก็เก็บ 7% มานานกว่า 30 ปี ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
เงิน 3% ที่เก็บเพิ่มมา คาดว่าจะได้ปีละ 2-3 แสนล้านบาท จะไม่ให้รัฐบาลเอาไปใช้จ่ายทั่วไป แต่จะถูกจับแยกเข้า “บัญชีเงินออมส่วนบุคคล” ของคนจ่ายภาษีแต่ละคน ตั้งเป้าให้มีเงินเก็บคนละ 400,000 บาท นำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เพื่อเอามาจ่ายเป็น เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาท จากเดิมที่ได้แค่ 600-1,000 บาท
อย่างไรก็ดี จะมีมาตรการช่วยเหลือคนรายได้น้อย ผู้พิการ หรือผู้ถือบัตรคนจน ควบคู่ไปด้วย เพื่อไม่ให้เดือดร้อนจนเกินไป
2. ลอตเตอรี่ใบเสร็จ ดึงแม่ค้าออนไลน์เข้าระบบ
เสนอให้ทำ “ลอตเตอรี่ใบเสร็จ” แบบไต้หวัน คือใบเสร็จย่อทุกใบจะมีเลข 8 หลักเอาไว้ลุ้นรางวัล เพื่อจูงใจให้คนซื้อทวงใบเสร็จจากร้านค้า ร้านค้าก็จะต้องเข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง
ยกเลิกกฎที่ว่าร้านค้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ไม่ต้องเสีย VAT แปลว่าต่อไปนี้ทุกกิจการต้องเสีย
รีดภาษีออนไลน์ บังคับให้แอปฯ หรือแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ หักภาษี 2% จากยอดขายของร้านค้าไว้เลย เพื่ออุดรอยรั่วที่คนขายออนไลน์ไม่ยอมจ่ายภาษี
3. ปัดฝุ่นเก็บภาษีหุ้น จ่อเก็บ “ภาษีทองคำ”
เสนอให้กลับมาเก็บภาษีเวลาขายหุ้นในอัตรา 0.11% (ไทยงดเว้นข้อนี้มา 40 ปีแล้ว ทั้งที่ตลาดหุ้นโตขึ้น 22 เท่า) คาดว่าจะได้เงินเข้ารัฐปีละ 16,000-18,000 ล้านบาท
เสนอให้ศึกษาการเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำ ทั้งแบบซื้อทองจริงและเทรดทองในกระดาษ เพราะทุกวันนี้คนเทรดทองกันวันละ 65,000 ล้านบาท (เยอะกว่าหุ้นเสียอีก) ซึ่งการเก็งกำไรทองมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทและเศรษฐกิจ
4. รื้อฟื้น “ภาษีเดินทางไปต่างประเทศ”
เตรียมกลับมาเก็บภาษีคนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ใช้กฎหมายเก่าปี 2526 จ่ายเฉพาะคนสัญชาติไทย และชาวต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในไทยเท่านั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปไม่ต้องจ่าย ไม่กระทบการท่องเที่ยว
นั่งเครื่องบินจ่าย 1,000 บาท / เดินทางผ่านรถยนต์หรือเรือจ่าย 500 บาท (คาดว่าจะได้เงินปีละ 2,800 ล้านบาท)
5. สิทธิประโยชน์จัดเต็มสำหรับคนมีลูกและดูแลพ่อแม่
เพื่อแก้ปัญหาคนไม่ยอมมีลูก จึงเสนอให้เพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีแบบจุกๆ
-
ค่าลดหย่อนลูก: จากเดิมให้ลดหย่อนได้แค่คนละ 30,000 บาท/ปี เสนอให้เพิ่มเป็น 500,000 บาท/คน/ปี (เพราะค่าเลี้ยงเด็กคนนึงจนโตใช้เงิน 8-30 ล้านบาท)
-
ตั้งกองทุนครอบครัว: เสนอให้มีกองทุน Thai Junior Fund (เพื่อลูกหลาน) และ Parents Fund (เพื่อดูแลพ่อแม่) โดยให้นำเงินที่เข้ากองทุนนี้ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี
-
เก็บภาษีคนรวยเพิ่ม: สำหรับคนที่มีรายได้จาก “เงินปันผล” เกิน 10 ล้านบาทต่อปี จะถูกปรับให้เสียภาษีในอัตราก้าวหน้า (ยิ่งรวยยิ่งจ่ายเยอะ)
สว. มองว่าตอนนี้รัฐบาลกรอบเป็นข้าวเกรียบและคนไทยกำลังจะแก่แบบไร้เงินเก็บ จึงต้องยอมเจ็บตัวด้วยการเก็บภาษีทุกคนเพิ่มขึ้น (ผ่าน VAT, หุ้น, ทอง, เที่ยวต่างประเทศ) เพื่อเอาเงินก้อนนี้มาทำสวัสดิการ บังคับออมเงินให้ประชาชนใช้ตอนแก่ และอุดหนุนคนที่อยากสร้างครอบครัวนั่นเองครับ.
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





