ไฟลามทุ่ง! นายกฯ อังกฤษ ขอโทษ ยอมรับโง่เชื่อคำโกหก ‘แมนเดลสัน’ ปมฉาวเอปสตีน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารชุดใหม่ ระบุว่า “ลอร์ด ปีเตอร์ แมนเดลสัน” อดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคแรงงานและอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ไม่ชอบมาพากลกับ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” มหาเศรษฐีนักแปลงเงินและอาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลลับทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไปให้อีกฝ่าย
รายงานข่าวระบุว่า เอกสารดังกล่าวเป็นอีเมลโต้ตอบระหว่างปี 2009 ถึง 2010 เป็นช่วงที่ลอร์ดแมนเดลสันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจ ในรัฐบาลของนายกฯ กอร์ดอน บราวน์ เนื้อหาในอีเมลเผยให้เห็นว่า แมนเดลสันได้ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวต่อตลาดการเงินให้กับเอปสตีน ทั้งที่ในขณะนั้นเอปสตีนมีสถานะเป็นนักโทษคดีทางเพศแล้ว
หนึ่งในหลักฐานชิ้นสำคัญคือ แมนเดลสันแจ้งข่าวล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนการกู้วิกฤตเศรษฐกิจในยูโรโซนมูลค่า 5 แสนล้านยูโรให้กับเอปสตีนทราบ ก่อนที่จะมีการประกาศต่อสาธารณชน ส่งรายงานสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจที่เตรียมไว้สำหรับนายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นให้เอปสตีนได้อ่าน

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเส้นทางการเงินที่เอปสตีนโอนเงินจำนวน 10,000 ปอนด์ให้กับคนใกล้ชิดของแมนเดลสันอีกด้วย
ทันทีที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผย กองบัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน ได้ประกาศเปิดการสอบสวนคดีอาญาต่อลอร์ดแมนเดลสันในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ ขณะที่เจ้าตัวได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคแรงงานที่เขาสังกัดมากว่า 40 ปี และลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำผิดทางอาญาและไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน
การแฉนี้ได้กลายเป็นไฟลามทุ่งไปถึงตัวนายกรัฐมนตรี เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเขาเป็นผู้ตัดสินใจแต่งตั้งลอร์ดแมนเดลสันให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยหวังพึ่งพาคอนเนกชันของแมนเดลสันในการสานสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ แม้จะรู้ว่าทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนกัน

ล่าสุด นายกฯ สตาร์เมอร์ ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อสาธารณชนและเหยื่อของเอปสตีนด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด ยอมรับว่าเขา “เชื่อคำโกหก” ของแมนเดลสันในช่วงที่มีการตรวจสอบประวัติก่อนรับตำแหน่ง ซึ่งแมนเดลสันได้ปกปิดระดับความสัมพันธ์ที่แท้จริงเอาไว้
อย่างไรก็ตาม คำขอโทษดังกล่าวดูเหมือนจะไม่เพียงพอที่จะดับกระแสความไม่พอใจ เมื่อสมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องในการตัดสินใจและมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำประเทศ
นักวิเคราะห์การเมืองในอังกฤษต่างมองว่า สแกนดัลครั้งนี้มีความรุนแรงเทียบเท่ากับคดีโพรฟูโม ในอดีตที่เคยทำให้รัฐบาลต้องล่มสลายมาแล้ว ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่า หลักฐานชิ้นใหม่ๆ ที่กำลังทยอยเปิดเผยออกมา จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลพรรคแรงงานมากน้อยเพียงใดในอนาคตอันใกล้นี้

ทั้งนี้ คดีโพรฟูโม (The Profumo Affair) คือคดีชู้สาวที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ (ปี 1961) จนถึงขั้นล้มรัฐบาลได้สำเร็จ
เรื่องเกิดเมื่อ จอห์น โพรฟูโม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม แอบมีสัมพันธ์ลับกับนางแบบสาว คริสติน คีเลอร์ ปัญหาใหญ่คือฝ่ายหญิงดันคบซ้อนกับ สายลับรัสเซีย ในช่วงสงครามเย็น ทำให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงว่าความลับทางทหาร อาจรั่วไหลผ่านทางชู้รักไปสู่ศัตรู
โพรฟูโมพลาดที่ตัดสินใจโกหกกลางสภาว่าไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ เมื่อความจริงเปิดเผย เขาต้องลาออกทั้งน้ำตา ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนนายกรัฐมนตรีต้องลาออก และรัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมพ่ายแพ้การเลือกตั้งจนล่มสลาย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



