ผู้ประกันตนใจหายวาบ “ประกันสังคม” ปรับระบบใหม่ ยอดเงินชราภาพเหลือ 15 บาท

ส่องที่มาตัวเลขในแอป SSO Plus ยกเคสฐานเงินเดือน 15,000 บาท ช่วงลดภาษีเหลือ 1% เงินออมวูบเหลือแค่หลักสิบ ชี้ระบบเดิมไม่เคยบอกข้อมูลนี้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเพื่อคลายความกังวลใจของผู้ประกันตน กรณีที่ตรวจสอบข้อมูลเงินชราภาพผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus แล้วพบว่ายอดเงินสะสมไม่ตรงกับข้อมูลเดิม หรือดูน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยระบุว่าสาเหตุหลักเกิดจากการนำปัจจัยทางประวัติการส่งเงินสมทบที่ซับซ้อนมาคำนวณให้ละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งในระบบเดิมอาจไม่ได้นำมาแสดงผล
ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ ช่วงเวลาที่มีการประกาศ ลดอัตราเงินสมทบ จากเหตุวิกฤตต่าง ๆ เช่น อุทกภัยน้ำท่วมใหญ่, ช่วงการระบาดของโควิด-19 หรือสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รวมถึงกรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายรายในเวลาเดียวกัน หรือมีการเปลี่ยนสถานะระหว่างมาตรา 33 และมาตรา 39 ภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมกำลังปรับรูปแบบการแสดงผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกช่องทาง ทั้ง e-Self Service, แอปพลิเคชันทางรัฐ และช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องตรงกันมากที่สุด

สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงประเด็นการแสดงผลข้อมูลเงินชราภาพในแอปพลิเคชัน SSO Plus
“…สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีผู้ประกันตนตรวจสอบข้อมูลเงินชราภาพในแอปพลิเคชัน SSO Plus แล้วพบว่ายอดเงินสะสมไม่สอดคล้องกับข้อมูลเงินชราภาพเดิมว่า จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดได้จากหลายกรณี ได้แก่ เช่นผู้ประกันตนอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศลดอัตราเงินสมทบในบางช่วงเวลา เช่น ได้แก่ กรณีวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมที่มีการลดอัตราเงินสมทบเป็นบางพื้นที่ กรณีโควิด-19 กรณีช่วงประสบสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ประกันตนมีประวัติการทำงานกับนายจ้างหลายรายในช่วงเวลาเดียวกัน และผู้ประกันตนตนที่มีสถานะเป็นผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งระบบเดิมของแอปพลิเคชัน SSO Plus ไม่ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณเพื่อแสดงผล นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ปรับรูปแบบการแสดงผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบ e-Self Service แอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสอดคล้องกัน
ทั้งนี้ การแสดงข้อมูลเงินสมทบกรณีชราภาพบนแอปพลิเคชัน SSO Plus คำนวณมาจากเงินสมทบกรณีชราภาพจากผู้ประกันตน 3% และนายจ้าง 3% รวมเป็น 6% ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้าง 15,000 บาท จะส่งเงินสมทบกรณีชราภาพรวมทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเดือนละ 900 บาท เป็นต้น ซึ่งระบบแอปพลิเคชัน SSO Plus ใหม่ มีการนำช่วงเวลาที่มีการลดอัตราเงินสมทบจะมีการคำนวณเงินสมทบชราภาพลดลงตามสัดส่วนที่มีการลดอัตราเงินสมทบ เช่น
เงินสมทบงวดเดือนพฤษภาคม 2565 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2565 มีการจัดเก็บเงินสมทบ 1% โดยแบ่งเป็นเงินสมทบกรณีชราภาพ 0.05 % ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้าง 15,000 บาท จะมีเงินสมทบสะสมกรณีชราภาพเดือนละ 7.50 บาท รวมสองฝ่ายสะสมเงินสมทบชราภาพ 15 บาท เป็นต้นสำหรับหลักเกณฑ์ในการรับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
โดยผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเป็นบำเหน็จชราภาพพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินมากกว่ายอดเงินที่แสดงบนแอปพลิเคชัน SSO Plus ส่วนผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเป็นบำนาญชราภาพตลอดชีวิตพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน โดยสำนักงานประกันสังคมจะประกาศผลประโยชน์ตอบแทน บำเหน็จชราภาพประจำทุกปี ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับไม่เท่ากัน…”

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมยืนยันถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับว่า เมื่อสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หากส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็น เงินบำเหน็จชราภาพ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน
ซึ่งยอดเงินที่ได้รับจริงจะมากกว่าที่แสดงในแอปพลิเคชัน ส่วนผู้ที่ส่งครบ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเป็น บำนาญชราภาพตลอดชีวิต โดยทางสำนักงานฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกและกำลังเร่งปรับปรุงระบบให้โปร่งใส เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับข้อมูลและสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามกฎหมาย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คนเกษียณซวย “ประกันสังคม” ระบบล่มทำพิษ ม.33 ยื่นรับบำนาญไม่ได้
- กางงบประมาณ สายด่วนประกันสังคม ใช้ 158 ล้าน “สรยุทธ” โทร 12 นาทีไม่มีใครรับ
- ผู้ประกันตนข้องใจ เงินสมทบจากรัฐบาล หายไปไหน หลังเช็กแอปฯ ประกันสังคม
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





