ข่าว

ไวรัสนิปาห์ หมอยง เตือนคนไทย กิน “น้ำตาลสด” ต้มสุก สายพันธุ์เอเชียใต้ โอกาสระบาดแค่ไหน

“หมอยง” เปิดข้อมูลเจาะลึก “ไวรัสนิปาห์” สายพันธุ์เอเชียใต้ ย้ำโอกาสระบาดใหญ่น้อย แต่เตือนคนไทยกิน “น้ำตาลสด” ต้องต้มสุกก่อน ป้องกันเชื้อจากค้างคาว

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Yong Poovorawan” เกี่ยวกับสถานการณ์ความเสี่ยง โรคไวรัสนิปาห์” (Nipah virus) ในประเทศไทย

ไวรัสชนิดนี้เป็นโรคที่วงการแพทย์รู้จักกันมานานเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งมีองค์ความรู้และการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การวินิจฉัยโรคในปัจจุบันไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด

หมอยงอธิบายถึงลักษณะอาการของโรคไวรัสนิปาห์ว่า ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเป็นอาการหลัก แต่ความรุนแรงและตำแหน่งที่เกิดโรคจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ได้แก่

  1. สายพันธุ์ดั้งเดิม มาเลเซีย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการสมองอักเสบ เชื้อมีการแพร่ระบาดผ่านหมู ซึ่งทำหน้าที่เป็นสัตว์ตัวกลางรับเชื้อจากค้างคาวก่อนส่งต่อสู่คน

  2. สายพันธุ์เอเชียใต้ อินเดีย ปัจจุบัน เป็นสายพันธุ์ที่พบระบาดในบางประเทศแถบเอเชียใต้และอินเดียในขณะนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการทางปอด หรือปอดอักเสบ มากกว่าสมองอักเสบ ที่สำคัญคือสายพันธุ์นี้ ไม่มีสัตว์ตัวกลาง แต่เป็นการติดเชื้อโดยตรงจากค้างคาวสู่คน

ไวรัสนิปาห์ หมอยง เตือนคนไทย กิน "น้ำตาลสด" ต้องต้มสุก สายพันธุ์เอเชียใต้ โอกาสระบาดแค่ไหน

ยันไวรัสนิปาห์ ไม่ระบาดใหญ่เหมือนโควิด-19

ในประเด็นเรื่องการแพร่ระบาด หมอยงระบุว่าโรคนี้มีอำนาจการกระจายโรคค่อนข้างต่ำ มีค่าการกระจายเชื้อ (R0) อยู่ที่ระหว่าง 0.2 ถึง 0.8 เท่านั้น หมายความว่าผู้ป่วย 1 คน จะสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ไม่ถึง 1 คน (เพียง 0.2 – 0.8 คน) แตกต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ที่มีค่าการกระจายเชื้อสูงกว่าคือ 1.5 ถึง 2

ดังนั้น เมื่ออำนาจการกระจายโรคต่ำกว่า 1 จึงมั่นใจได้ว่า จะไม่เกิดการระบาดใหญ่อย่างแน่นอน การระบาดมักจะเกิดขึ้นเป็นวงแคบๆ หรือวงเล็กๆ เช่น ติดต่อกันเฉพาะภายในสมาชิกครอบครัว หรือบุคลากรทางการแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิดเท่านั้น

เตือนคนไทย น้ำตาลสด เสี่ยงปนเปื้อน ต้องต้มก่อนดื่ม

สำหรับการระบาดของโรคนี้ พบได้ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่มุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงเอเชียใต้ เนื่องจากเป็นถิ่นที่อยู่ของค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งเป็นพาหะนำโรค หมอยงเน้นย้ำถึงกรณีการระบาดที่ประเทศอินเดียในขณะนี้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์เอเชียใต้ว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสค้างคาวโดยตรง หรือการรับประทานน้ำตาลสดจากต้นอินทผลัม แบบดิบๆ ที่ไม่ได้ผ่านความร้อน

จุดนี้เองที่เป็นข้อเตือนใจสำคัญสำหรับคนไทย เพราะบ้านเรามีวัฒนธรรมการดื่มน้ำตาลสดที่ได้จากต้นตาลหรือต้นมะพร้าว ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนรับประทานน้ำตาลสด ควรนำไปต้มให้สุกเสียก่อน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมา

เปิดมาตรการคุมเข้ม ป้องกันไวรัสนิปาห์ในไทย

หมอยงได้สรุปมาตรการป้องกันที่สำคัญสำหรับประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงและการแพร่กระจายของโรค

1. การป้องกันการติดเชื้อจากค้างคาว

หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้ดิบ หรือผลไม้ที่มีร่องรอยการกัดแทะของสัตว์ ล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกผลไม้ทุกครั้งก่อนรับประทาน ไม่ดื่มน้ำหวานหรือน้ำผลไม้ดิบที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากค้างคาว ควบคุมดูแลแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของค้างคาวไม่ให้ใกล้ชิดกับชุมชนมากเกินไป โดยต้องคำนึงถึงสมดุลของระบบนิเวศด้วย

2. การเฝ้าระวังในคน

เน้นเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการ “ไข้เฉียบพลัน” ร่วมกับอาการทางระบบประสาท หรือระบบทางเดินหายใจรุนแรง จับตากลุ่มเสี่ยงที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ป่า หรือเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง (โซนเอเชียใต้) ต้องมีระบบการรายงานโรคที่รวดเร็วทันเหตุการณ์ (Event-based surveillance)

3. การป้องกันการแพร่เชื้อจากคนสู่คน

หากพบผู้ป่วยต้องสงสัย ให้ดำเนินการ “แยกโรค” ทันที ใช้มาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IPC) ในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทั้งมาตรการมาตรฐาน, การป้องกันการสัมผัส (Contact) และการป้องกันละอองฝอย บุคลากรทางการแพทย์ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างเหมาะสมและรัดกุม

4. การเตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุข

ห้องปฏิบัติการ (Lab) ต้องมีความพร้อมและมาตรฐานความปลอดภัย (BSL) ที่เหมาะสมในการตรวจยืนยันเชื้อ วางแนวทางการสอบสวนโรคและควบคุมการระบาดให้ชัดเจน มีการซ้อมแผนรับมือโรคอุบัติใหม่ (Public health emergency preparedness) เพื่อความไม่ประมาท

5. การสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชน

มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง ลดความตื่นตระหนกของสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แต่เน้นย้ำให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันตัว ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและรวดเร็ว

ไวรัสนิปาห์ หมอยง เตือนคนไทย กิน "น้ำตาลสด" ต้องต้มสุก สายพันธุ์เอเชียใต้ โอกาสระบาดแค่ไหน

ที่มาข้อมูลและภาพจาก: Yong Poovorawan

“ไวรัสนิปาห์” ไทยเสี่ยงแค่ไหน? อัตราตายสูง 75% มัจจุราชจากค้างคาว

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button