พรรคประชาชน ออกโรงอธิบาย หลังดราม่านโยบายเปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจ

พรรคประชาชน ออกโรงอธิบาย หลังเจอดราม่านโยบายเปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจ พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็น
พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก จากกรณีที่มีดราม่านโยบายเปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าการเปลี่ยนคำนำหน้าอาจจะนำมาให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะในแง่ของบุคลากรแพทย์ ที่ผู้ป่วยอาจจะอยู่ในสภาพที่ไม่ได้สติและไม่สามารถแจ้งเพศที่แท้จริง ส่งผลให้วินิจฉัยผิดนั้น
โดยพรรคประชาชน ระบุว่า “คำนำหน้าชื่อที่สอดคล้องกับเพศสภาพ สำคัญอย่างไร?
จากประเด็นของนโยบายเปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจ พรรคประชาชนขอน้อมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และขอเสนอตัวเป็นแพลตฟอร์มในการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนทุกกลุ่ม เพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขข้อกังวลใจของคนในสังคม ก่อนที่จะมีการดำเนินการอื่นใดต่อไป
เราเห็นว่าการผลักดันกติกาใหม่ที่กำหนดให้พลเมือง LGBTIQ+ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยการปรับปรุงกติกาเกี่ยวกับการเลือกใช้คำนำหน้านามนั้น ก็ถือเป็นเรื่องหนึ่ง ที่จะช่วยลดการกีดกัน คุกคาม หรือถูกทำให้อับอาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศ
พรรคประชาชนยืนยันว่า มีคนข้ามเพศจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เพียงเพราะคำนำหน้านามไม่สอดคล้องกับลักษณะภายนอกที่ผู้คนมองเห็น เช่น ปัญหาในการเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพียงเพราะคำนำหน้านามไม่สอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอก
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวาง เช่น กลุ่มบุคลากรการแพทย์ ที่มีประเด็นข้อห่วงใยเกี่ยวกับการรับทราบข้อมูลจากผู้ป่วยที่เปลี่ยนคำนำหน้านามนั้น อาจทำให้ผิดหลงไปและทำให้ความแม่นยำในการวินิจฉัยและการรักษาลดลง ซึ่งจะส่งผลร้ายโดยตรงต่อผู้เข้ารับบริการ สำหรับประเด็นนี้ เราต้องขอย้ำว่า “การเปลี่ยนคำนำหน้านาม” ไม่เท่ากับ “การเปลี่ยนเพศ” แต่อย่างใด การตรวจสอบเพศกำเนิดของบุคคลยังสามารถทำได้ผ่านการอ่านข้อมูลในชิปบนบัตรประชาชน ซึ่งทุกโรงพยาบาลย่อมมีอุปกรณ์ในการดำเนินการดังกล่าวได้โดยสะดวกอยู่แล้ว
นอกจากนี้ นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยังมีข้อเสนอในรายละเอียดว่า เมื่อพิจารณาจากหน้าที่และพันธกิจของรัฐที่จะต้องให้การคุ้มครองดูแลและปกป้องสุขภาวะและสุขภาพของประชาชนโดยรวมแล้ว หากรัฐต้องการให้ปรากฏข้อมูลเพศกำเนิดลงบนหน้าบัตรประชาชน ก็สามารถกำหนดให้ระบุ “Genotype (จีโนไทป์)” ในส่วนโครโมโซมเพศลงในบัตรประชาชน เช่น XX หรือ XY เป็นต้น หรืออาจกำหนดเป็นรหัส หรือเป็นสัญลักษณ์อื่นใดที่สามารถสื่อสารและรับรู้ได้ในวงการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทกธิตามหน้าที่และพันธกิจของรัฐหากเกิดกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ขึ้น โดยอาจเทียบเคียงกับกรณีที่เคยกำหนดให้ระบุหมู่โลหิตลงในบัตรประชาชนเป็น A B AB หรือ O ซึ่งน่าจะสามารถลดทอนประเด็นข้อห่วงใยจากวงการแพทย์และสาธารณสุขลงให้เบาบางลงไปได้
ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในข้อกังวลจากผู้คนในสังคม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องมีการพูดคุยหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย พรรคประชาชนจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นยิ่ง ที่ต้องเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย มีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน LGBTIQ+ บุคลากรที่ให้บริการด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านสวัสดิการและบริการสาธารณะใดๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
เราเชื่อว่า สำหรับเรื่องสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนทั้งเชิงวัฒนธรรมและสิทธิเสรีภาพเช่นนี้ การมีพื้นที่ปลอดภัยในการนำเสนอความคิดเห็น และรับฟังซึ่งกันและกันด้วยความเคารพ จะเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การตกผลึกร่วมกันของสังคม และนำมาซึ่งคำตอบใหม่ ว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร โดยไม่เบียดขับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองเพียงเพราะความแตกต่างทางเพศ
พรรคประชาชนพร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้สังคมได้ถกแถลงและหาทางออกร่วมกัน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “นิว กัลยพัชร” ประกาศลาออกพรรคประชาชน หมดศรัทธา พรรคเปลี่ยนไป
- ผู้สมัครพรรคส้ม แจงชัดซ้ำถึง 4 คน หลังถูกโยงชื่อในแบล็คลิสต์ฉ้อโกง 300 บ.
- “สุทัศน์” สงสัยอาจจัดฉาก หลัง “คุณากร” โพสต์ภาพผู้ช่วยพรรคส้มโชว์นิ้วกลาง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





