ข่าวการเมือง

เพนกวิน ซัดเดือด “กัน จอมพลัง” ป่าเถื่อน ถามแรง! สรุปรักชาติหรือหาแสงให้ตัวเอง

พริษฐ์ ชิวารักษ์ โพสต์เดือด จวกอินฟลูฯ ดัง กันจอมพลังโชว์อาร์มทหารกัมพูชาเหมือนถ้วยรางวัล ชี้ขัดหลักสากล ทำไทยดูแย่ในสายตาโลก ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดชายแดน

เป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันลากยาว หลังจากนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” วัย 35 ปี ตอบโต้กลุ่มคนที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นตนเองถือ “อาร์มทหารเขมร” โชวร์หราผ่านโซเชียลโดยหลายฝ่ายตำหนิพฤติกรรมว่าไม่เหมาะสมและอาจกระกบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาชาติ แต่กันจอมพลังสวนกลับล่าสุดโดยลั่นแรงว่า “ไม่สนหรอก” พร้อมถามกลับ วันที่เขมร (กัมพูชา) เอารูป ร่างของทหารไทยไปลงเยาะเย้ยกันเต็ม พวกคุณอยู่ไหน

ล่าสุด พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ต้องหาคดี ม.112 ซึ่งอยู่ระหว่างการลี้ภัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์การกระทำของนายกัณฐัศว์ หรือ “กัน จอมพลัง” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กรณีโพสต์ภาพขณะถือแผ่นป้ายอาร์มหรือเครื่องหมายบอกสังกัดของทหารกัมพูชา ชี้ชัดการนำอาร์มทหารฝ่ายตรงข้ามมาโชว์เช่นนี้ เป็นพฤติกรรมที่ “ป่าเถื่อน” และยังตั้งคำถามถึงเจตนาว่า ทำเพื่อชาติหรือต้องการสร้างกระแสให้ตัวเอง

“ทำป่าเถื่อนแบบนี้แล้วจะให้ประเทศไหนในประชาคมโลกเขามาเห็นใจ ลำพังที่รบกันอยู่ทุกวันนี้ก็หาความชอบธรรมได้ยากอยู่แล้วในสายตากฎหมายระหว่างประเทศ มาทำอย่างนี้อีกก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ สรุปว่ารักชาติ ทำเพื่อชาติ หรือทำเพื่อหาแสงให้ตัวเอง”

แฟ้มภาพ

การออกมาวิจารณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่กำลังเป็นประเด็นอ่อนไหว โดยพริษฐ์ชี้ให้เห็นว่า การกระทำลักษณะนี้อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก และทำให้ความชอบธรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศลดน้อยลง

นอกจากนี้ เพจ Drama-Addict เคยออกมาตั้งคำถามถึงความเมหาะสมของกันจอมพลังต่อการเหยีดหยามทหารของกัมพูชา จนล่าสุด เพจชื่อดังถูกอีกฝ่ายบล็อกจากช่องทางโซเชียลไปโดยปริยายด้วย

กันจอมพลังบล็อกดราม่าแอดดิค
แฟ้มภาพ

ด้าน สรศักดิ์ สุบงกช นักเขียนนักแปล “แฟนพันธุ์แท้เครื่องบินรบ” ยังให้ข้อมูลถึงการฉีกเครื่องหมายจากเครื่องแบบของข้าศึกและการแสดงต่อสื่อนั้น ถือเป็นฐานความผิดและผลทางกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนี้

1. ฐานความผิดตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ใครที่กำลังทำอย่างนี้อยู่ขอให้หยุดการเผยแพร่ภาพ

การฉีกเครื่องหมาย ยศ หรือสัญลักษณ์จากเครื่องแบบของข้าศึกแล้วนำมาแสดงต่อสื่อมวลชน ไม่ใช่การกระทำเชิงสัญลักษณ์ทั่วไป แต่ถือเป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองศักดิ์ศรีมนุษย์ ซึ่งเป็นแก่นกลางของกฎหมายสงครามสมัยใหม่

1.1 อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 (เชลยศึก)

“Article 13” ห้ามการดูหมิ่น ประจาน และการนำเชลยศึกไปแสดงต่อ “public curiosity” การนำเครื่องหมายของเชลยไปโชว์ต่อสื่อ การใช้เป็นสื่อโฆษณาชวนเชื่อ การทำให้เชลยกลายเป็น “วัตถุแห่งชัยชนะ” ดังนั้นการกระทำของอีกฝ่ายจึงเข้าข่ายละเมิด Article 13 โดยตรง

ขณะที่ “Article 14” ระบุว่า ต้องเคารพ “เกียรติและศักดิ์ศรี” ของเชลยศึก เครื่องหมาย ยศ และเครื่องแบบ เป็นส่วนหนึ่งของเกียรติทางทหาร การฉีกออก = การลดทอนศักดิ์ศรีอย่างเป็นรูปธรรม ตรงนี้ก็ถือว่า “ละเมิด Article 14”

1.2 กรณีผู้เสียชีวิต

อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 – Article 15 ศพต้องได้รับการเคารพ ห้ามการดูหมิ่นหรือกระทำการเชิงสัญลักษณ์ที่เหยียดหยาม

การนำของจากศพไปแสดงต่อสื่อ = ดูหมิ่นศพ

1.3 พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 1 (1977) Article 75(2)(b) ห้ามการปฏิบัติที่ “humiliating and degrading” ใช้กับทุกคนที่อยู่ในอำนาจควบคุมของฝ่ายตรงข้าม ไม่จำกัดว่าเป็นเชลยศึกหรือไม่ เป็นกรอบกฎหมายสากลที่ศาลระหว่างประเทศใช้บ่อยมาก

2. ความรับผิด: ใครต้องรับผิด ?

นี่คือประเด็นสำคัญ

2.1 ไม่ใช่แค่ “ตัวบุคคล” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ : รัฐต้องรับผิด (StateResponsibility) แม้ผู้กระทำจะเป็นทหารระดับล่าง หากกระทำในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ

การกระทำของบุคคล = การกระทำของรัฐ

3. ผลที่ประเทศคู่สงครามอาจถูกลงโทษ

3.1 ความรับผิดทางกฎหมายระหว่างประเทศ (State Responsibility) ประเทศที่ละเมิดอาจถูก : ประณามอย่างเป็นทางการ โดยสหประชาชาติ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) บันทึกเป็นหลักฐานการละเมิดกฎหมายสงคราม ใช้ประกอบคดีในอนาคตใช้เป็นฐานในการเจรจาหยุดยิงหรือสันติภาพ

  • 3.2 ความเสี่ยงต่อคดีอาชญากรรมสงคราม การปฏิบัติที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีเชลยหรือศพ อาจเข้าข่าย War Crimes ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ : การออกหมายจับระดับนานาชาติ การฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หรือศาลภายในประเทศอื่นภายใต้หลัก Universal Jurisdiction แม้รัฐจะไม่เป็นภาคี ICC แต่บุคคลยังอาจถูกดำเนินคดีได้ หากเดินทางไปประเทศที่ใช้เขตอำนาจสากล
  • 3.3 ผลทางการเมืองและการทูต (ร้ายแรงมากในโลกจริง) การกระทำลักษณะนี้มักนำไปสู่:การสูญเสียความชอบธรรม (Loss of Moral High Ground) การถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อโดยฝ่ายตรงข้าม การลดการสนับสนุนจากประเทศพันธมิตร การเปิดช่องให้มาตรการคว่ำบาตร
  • ในสงครามยุคสื่อ : “ภาพหนึ่งภาพ อาจสร้างความเสียหายทางยุทธศาสตร์มากกว่าการพ่ายแพ้ทางทหารหนึ่งสมรภูมิ”
  • 3.4 ผลต่อการดำเนินสงครามระยะยาว ทำให้การแลกเปลี่ยนเชลยยากขึ้นเพิ่มความแข็งกร้าวของฝ่ายตรงข้าม ทำให้สงครามยืดเยื้อโดยไม่จำเป็น
กันจอมพลัง อาร์มเขมร บล็อกจ่าพิชิต
แฟ้มภาพ
ปวิน โพสต์ถึง กัน จอมพลัง
ภาพจาก Facebook : Pavin Chachavalpongpun

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button