เปิดแนวทาง หลัง “แพทองธาร ” พ้นตำแหน่งนายกฯ เลือกใหม่-ยุบสภา?

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การเมืองไทยหลังจากนี้ จะเลือกนายกฯจากแคนดิเดตเดิม หรือยุบสภาเดินหน้าเลือกตั้งใหม่
หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง ส่งผลให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่างลงทันที บรรยากาศทางการเมืองไทยได้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยมีฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ 2 แนวทางหลัก ซึ่งจะกำหนดอนาคตของรัฐบาลและทิศทางของประเทศต่อไป
ฉากทัศน์ที่ 1 สภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แนวทางแรกซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติของรัฐธรรมนูญ คือการให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยจะต้องเลือกจากบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคการเมืองได้ยื่นไว้เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและอยู่ในข่ายที่จะได้รับการเสนอชื่อ มีดังนี้
- พรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ
- พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล
- พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา*
- พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
*หมายเหตุ: พล.อ.ประยุทธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี ซึ่งต้องมีการตีความคุณสมบัติต่อไป

ฉากทัศน์ที่ 2 ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน
อีกหนึ่งทางออกที่เป็นไปได้ คือการที่คณะรัฐมนตรีที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา “ยุบสภาผู้แทนราษฎร” เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้งผ่านการเลือกตั้ง
หากเลือกแนวทางนี้ จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน นับตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกายุบสภามีผลบังคับใช้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการยุติสุญญากาศทางการเมืองและหาฉันทามติใหม่จากประชาชนโดยตรง
การตัดสินใจว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ขึ้นอยู่กับการหารือของพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลืออยู่ ซึ่งต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จากสภาชุดเดิม หรือจะเดินหน้าไปสู่สนามเลือกตั้งอีกครั้ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิด 5 แคนดิเดต นายกฯ เสียบเก้าอี้ “แพทองธาร ชินวัตร” ใครลุ้นตัวเต็งคนต่อไป
- ด่วน! “แพทองธาร” ไม่รอด ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติถอดถอน พ้นตำแหน่งนายกฯ
- อดีตนายกฯ แพทองธาร แถลง หลังศาลรธน.สั่งพ้นตำแหน่ง พร้อมรมต.ทั้งคณะ
ติดตาม The Thaiger บน Google News: