การเงินเศรษฐกิจ

น้ำมันขึ้น 6 บาท ดีเซลทะลุ 50 คนกรุงแห่หาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า หนีค่าเดินทาง

หลัง กบน. ขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร จากวิกฤตตะวันออกกลาง ดีเซลทะลุ 50 บาท คนทำงานปรับพฤติกรรมหันพึ่งระบบรางเพื่อลดภาระค่าครองชีพที่พุ่งไม่หยุด

ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน 2569 คนใช้รถในกรุงเทพฯ เผชิญกับค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง สงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งขึ้น 30-40% จากช่วงก่อนสงคราม จนคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ต้องตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569

ผลกระทบไม่ได้จบแค่นั้น ในรอบ 4 วัน (30 มีนาคม – 2 เมษายน) มีการปรับราคาน้ำมันขึ้นอีก 3 ครั้ง จนดีเซลทะลุ 50 บาทต่อลิตร ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 ราคาดีเซลพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่ 50.58 บาทต่อลิตร

สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ขับรถไปทำงานทุกวัน ตัวเลขเหล่านี้แปลงเป็นภาระที่จับต้องได้ชัดเจน ลองคิดง่ายๆ คนทำงานที่อยู่ชานเมืองต้องขับรถเข้าเมืองไปกลับวันละ 50 กิโลเมตร ใช้น้ำมันเฉลี่ย 12 กิโลเมตรต่อลิตร จะเสียค่าน้ำมันวันละประมาณ 210 บาท ยังไม่รวมค่าทางด่วนอีกเที่ยวละ 50-90 บาท ตกเดือนหนึ่งเฉพาะค่าเดินทางอย่างเดียวอาจสูงถึง 7,000-8,000 บาท

ทำไมน้ำมันถึงแพงขนาดนี้

สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวจาก 198.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 23 มีนาคม พุ่งไปถึง 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

น้ำมันโลกประมาณ 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเส้นทางนี้ถูกคุกคาม ราคาจึงกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยแบกภาระจนติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท มีเงินไหลออกประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท รัฐบาลจึงไม่สามารถอุดหนุนราคาต่อไปได้

นอกจากราคาน้ำมันดิบแล้ว ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงก็เป็นปัจจัยซ้ำเติม เพราะการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศต้องใช้เงินสกุลดอลลาร์ ต้นทุนจึงสูงขึ้นตามไปด้วย

หากดูตัวเลขสะสมเฉพาะเดือนมีนาคม 2569 ราคาดีเซลปรับขึ้นรวมแล้ว 9 บาท ส่วนเบนซิน 95 ปรับขึ้นไปแล้ว 10 บาท

ค่าใช้จ่ายเดินทาง ภาระที่คนกรุงแบกหนักขึ้นทุกวัน

ค่าใช้จ่ายเดินทาง ภาระที่คนกรุงแบกหนักขึ้นทุกวัน

ข้อมูลค่าใช้จ่ายการเดินทางชี้ว่า คนกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายหมวดค่าเดินทางสูงถึงเกือบ 30% ของรายได้ ตัวเลขนี้เป็นสถิติช่วงก่อนที่น้ำมันจะปรับขึ้นรอบใหญ่ เมื่อดีเซลทะลุ 50 บาท สัดส่วนนี้ย่อมถีบตัวสูงขึ้นอีก

คนทำงานที่ขับรถจากปริมณฑลเข้ากรุงเทพฯ ทุกวัน ต้องแบกรับทั้งค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ยังไม่นับค่าบำรุงรักษาและค่าเสื่อมราคา เมื่อน้ำมันพุ่งขึ้นขนาดนี้ คนจำนวนไม่น้อยเริ่มคิดทบทวนพฤติกรรมการเดินทางใหม่

ทางเลือกที่คนทำงานจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจคือ ย้ายที่อยู่อาศัยเข้ามาอยู่ในแนวรถไฟฟ้า เพื่อตัดค่าน้ำมันและค่าทางด่วนออกไปทั้งระบบ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ตัวเลือกที่คุ้มค่าขึ้นทุกวัน

เมื่อเทียบกันตรงๆ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS เริ่มต้นที่ 16-62 บาทต่อเที่ยว ส่วน MRT สายสีน้ำเงินเริ่มต้นที่ 17-42 บาท คนกรุงเทพฯ เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเฉลี่ยเพียง 8 สถานี หรือประมาณ 20-25 นาทีเท่านั้น ค่าโดยสารต่อเที่ยวจึงอยู่ราว 25-35 บาท

ถ้าขึ้นรถไฟฟ้าไปกลับวันละ 2 เที่ยว 22 วันทำการ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่ราว 1,100-1,500 บาท เปรียบเทียบกับคนขับรถที่ต้องจ่ายค่าน้ำมัน + ค่าทางด่วน + ค่าที่จอดรถ รวมเดือนละ 7,000-10,000 บาท ผลต่างชัดเจนว่าประหยัดได้เดือนละ 5,000-8,000 บาท หรือปีละ 60,000-96,000 บาท

ตัวเลขนี้เพียงพอที่จะนำไปผ่อนคอนโดราคา 2-3 ล้านบาทใกล้รถไฟฟ้าได้สบายๆ

ทำเลไหนน่าจับตา

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สุขุมวิท-สีลม) ยังคงเป็นทำเลที่ให้ผลตอบแทนค่าเช่าและมูลค่าเพิ่มดีที่สุด แต่ราคาเริ่มต้นสูง ใครงบจำกัดอาจต้องมองรถไฟฟ้าสายรองที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า

สายสีน้ำเงินเป็นที่นิยมสูงเพราะเป็นเส้นทางวงแหวนเชื่อมต่อการเดินทางได้ทั่วกรุงเทพฯ ส่วนสายสีอื่นๆ ถือเป็นทำเลแห่งอนาคตที่ราคาเริ่มต้นยังไม่สูงมากนัก และมีโอกาสเติบโตได้อีกไกล

สายสีม่วง สายสีแดง สายสีเหลือง และสายสีชมพู เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง เพราะราคาคอนโดเริ่มต้นหลักล้านต้นๆ ถึง 2 ล้านบาท ถ้าเทียบกับค่าน้ำมันที่ต้องจ่ายทุกเดือน การผ่อนคอนโดใกล้รถไฟฟ้าอาจถูกกว่าค่าเดินทางด้วยรถยนต์เสียอีก

รัฐเร่งดันตั๋วร่วม 40 บาท แบ่งเบาค่าเดินทาง

รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบาย “ตั๋วร่วม 40 บาท” เริ่มจากระบบรถไฟฟ้าใน กทม.-ปริมณฑล จากนั้นจะเชื่อมต่อไปยังรถเมล์และเรือ เพื่อลดภาระค่าครองชีพในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงจากสงครามตะวันออกกลาง

ถ้านโยบายนี้เริ่มบังคับใช้จริง ค่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะยิ่งถูกลง คนที่อยู่คอนโดใกล้สถานีจะได้ประโยชน์เต็มที่ เพราะสามารถเดินทางได้ทั่วกรุงเทพฯ ด้วยงบเพียง 40 บาทต่อเที่ยว

เลือกคอนโดใกล้รถไฟฟ้าอย่างไรให้คุ้มค่า

สำหรับคนที่กำลังคิดจะย้ายเข้ามาอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า มีหลักง่ายๆ ที่ควรพิจารณา

ระยะห่างจากสถานี เลือกคอนโดที่เดินถึงสถานีได้ภายใน 5-10 นาที ถ้าต้องต่อมอเตอร์ไซค์หรือสองแถว ก็ยังถูกกว่าขับรถเข้าเมืองอยู่ดี แต่ความสะดวกสบายจะลดลง

ค่าส่วนกลาง อย่าลืมบวกค่าส่วนกลางรายเดือนเข้าไปในการคำนวณต้นทุน คอนโดบางแห่งเก็บค่าส่วนกลางสูงจนกินส่วนต่างที่ประหยัดได้จากค่าน้ำมันหมด

สายรถไฟฟ้า เลือกสายที่วิ่งตรงถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย เพราะทุกครั้งที่เปลี่ยนสายจะมีค่าแรกเข้าเพิ่ม

ฟังก์ชันค้นหาบนแผนที่ของ FazWaz สามารถช่วยกรองคอนโดตามรัศมีจากสถานีรถไฟฟ้าที่ต้องการได้ กำหนดระยะเดินได้ตามใจ พร้อมทีมตัวแทนมืออาชีพที่พาทัวร์และเจรจาต่อรองราคาให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เลือกคอนโดใกล้รถไฟฟ้าอย่างไรให้คุ้มค่า

น้ำมันแพง ไม่ใช่แค่ปัญหาหน้าปั๊ม

วิกฤตน้ำมันแพงรอบนี้ไม่ได้กระทบแค่ค่าเดินทาง แต่ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึงค่าสินค้า ค่าอาหาร และค่าครองชีพโดยรวม คนทำงานที่ปรับตัวได้เร็ว หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือย้ายที่อยู่เข้ามาใกล้รถไฟฟ้า จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า ในภาวะที่ไม่มีใครรู้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึงจุดไหน นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยอมรับว่าราคาน้ำมันมีโอกาสขึ้นอีก เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่สงบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button