
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เตรียมเรียก 6 โรงกลั่นหารือด่วนเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันแพง ชี้ค่าการกลั่นพุ่งผิดปกติจาก 2-3 บาททะยานแตะ 16 บาท ลั่นพร้อมใช้ข้อกฎหมายคุมราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อลดภาระประชาชน
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบรายงานจากคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) และมีมติมอบหมายให้ตนรับไม้ต่อเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง โดยในวันที่ 7 เมษายน จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และเชิญกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันเข้ามาหารืออย่างเร่งด่วน
ชี้เป้า ค่าการกลั่น ต้นเหตุทำน้ำมันแพง
นายเอกนัฏระบุว่า ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ไม่ได้มาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพียงอย่างเดียว แต่มาจากระบบการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นของไทยที่ไปอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งกำลังมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ
ส่งผลให้ “ค่าการกลั่น” (ส่วนต่างระหว่างต้นทุนน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูป) พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยมีตัวเลขเปรียบเทียบดังนี้
-
สถานการณ์ปกติ (ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา): ค่าการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร
-
เดือนมีนาคม 2569: ค่าการกลั่นเฉลี่ยขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อลิตร
-
ต้นเดือนเมษายน 2569 (เพียง 6 วันแรก): ค่าการกลั่นพุ่งทะยานไปถึง 16-17 บาทต่อลิตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเข้าไปอุดหนุนเพื่อกดราคาน้ำมันให้ถูกลงสำหรับประชาชน ไม่ใช่การนำเงินกองทุนไปแบกรับกำไรส่วนเกินให้กับโรงกลั่น
เตรียม 2 มาตรการจัดการกำไรส่วนเกิน
กระทรวงพลังงานได้เรียกดูข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงจากทุกโรงกลั่นแล้ว โดยจะนำมาพิจารณาหักลบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง (เช่น ค่าพรีเมียม ค่าประกันภัย ขนส่ง) หากพบว่าโรงกลั่นมีกำไรจากค่าการกลั่นมากเกินความพอดี รัฐบาลเตรียมดำเนินการ 2 แนวทาง ได้แก่
-
ดึงกำไรคืน: ให้โรงกลั่นนำกำไรหรือผลประโยชน์ส่วนเกินคืนกลับมาเข้าระบบเพื่อช่วยเหลือประชาชน (ไม่ใช่ในรูปแบบของการบริจาค)
-
ใช้กฎหมายคุมราคา: กบง. จะใช้อำนาจตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและ พ.ร.ก. เข้าไปกำหนดหรือกดราคาหน้าโรงกลั่นได้ทันที
ลั่นต้องใช้ ตัวเลขจริง หวังลดราคารับสงกรานต์
สำหรับการปรับลดราคาน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายเอกนัฏอธิบายว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือราคาที่ผันผวนตามตลาดโลกจากภาวะสงคราม และกลไกการกำหนดราคาภายในประเทศที่อาจถูกบิดเบือน หากพบว่าโรงกลั่นได้กำไรมากเกินไปจนเป็นภาระต่อประชาชน จะต้องมีการเรียกคืนและปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นรวมถึงราคาหน้าปั๊มลง
นายเอกนัฏทิ้งท้ายว่า วันนี้ประเทศไทยต้องเลิกใช้ “ตัวเลขทิพย์” หรือตัวเลขในจินตนาการ แต่ต้องเอาตัวเลขต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงมาพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ใช้น้ำมันและให้โรงกลั่นได้มีส่วนช่วยรับผิดชอบในภาวะวิกฤต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รัฐบาลจ่อบังคับเวลา เปิด-ปิด ปั๊มน้ำมันหลังสงกรานต์ สั่งข้าราชการ WFH สู้ไทยวิกฤตพลังงาน
- ครม. เดินหน้าเจรจาโรงกลั่น ขอคืนกำไรส่วนต่าง รับมือวิกฤติราคาน้ำมัน
- สรุปจบ สาวร้องโจรขึ้นบ้าน ตร.ดันตอบ “เติมน้ำมันให้ถึงจะไปที่เกิดเหตุ”
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



