เชียงใหม่วิกฤตหนัก! ฝุ่น PM2.5 พุ่งอันดับ 1 โลก เหนือ-อีสาน ยังเกินมาตรฐาน

เชียงใหม่วิกฤตหนัก! ฝุ่น PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ของโลก แม่ฮ่องสอน AQI ทะลุ 692 รัฐเอาจริงงัดโทษหนักคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน จับมือเผาป่า
วันที่ 30 มี.ค. 2569 สถานการณ์มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยโซนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงน่าวิตกกังวล เว็บไซต์ IQAir ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานคุณภาพอากาศหลายประเทศทั่วโลก รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก แบบเรียลไทม์เมื่อเวลา 09.00 น. พบว่า
- เทศบาลนครเชียงใหม่ ประเทศไทย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 233 (สีม่วง)
- กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 186 (สีแดง)
- กรุงเดลี ประเทศอินเดีย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 183 (สีแดง)
- กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 158 (สีแดง)
- กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 154 (สีแดง)
- เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 132 (สีส้ม)
- เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 121 (สีส้ม)
- ไทเป ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 114 (สีส้ม)
- เมืองอินช็อน ประเทศเกาหลีใต้ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 113 (สีส้ม)
- กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 112 (สีส้ม)

พื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูงสุดในประเทศไทยตกเป็นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำโดยพื้นที่เวียงเหนือ มีค่า AQI ระดับ 692 (สีม่วง) ตามด้วยแม่ฮี้ ค่า AQI 571 (สีม่วง) และสันทราย ค่า AQI 335 (สีม่วง) โดยเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ออกประกาศเตือนคุณภาพอากาศภาคเหนือตอนบนครอบคลุมพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน พบปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 41.5 – 193.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
พื้นที่ที่พบค่าฝุ่นละอองระดับสีแดงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ได้แก่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ (193.8 มคก./ลบ.ม.) ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน (174.5 มคก./ลบ.ม.) ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย (154.6 มคก./ลบ.ม.) ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย (140.6 มคก./ลบ.ม.) และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน (123.5 มคก./ลบ.ม.) หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝุ่นพิษระดับสีแดงติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 25 และ 27 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน
ขณะที่ข้อมูลคุณภาพอากาศจาก Air4Thai รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศช่วงเช้า เมื่อเวลา 07.00 น. ปรากฏว่า
- ภาคเหนือ 31.3 – 255.1 มคก./ลบ.ม. (ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 29.7 – 84.3 มคก./ลบ.ม. (ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
- ภาคกลางและภาคตะวันตก 12.9 – 36.4 มคก./ลบ.ม. (ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี)
- ภาคตะวันออก 13.9 – 39.4 มคก./ลบ.ม. (อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 1 พื้นที่)
- ภาคใต้ 10.5 – 16.3 มคก./ลบ.ม. (ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก)
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล 12.4 – 28.3 มคก./ลบ.ม. (ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี)
คาดการณ์คุณภาพอากาศ ช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าภาพรวมค่าฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศเกินมาตรฐานในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุหลักมาจากการระบายอากาศต่ำ สภาพลมนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมตัว ประกอบกับการเผาและหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางการจึงขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรงดการเผาในทุกพื้นที่ ผู้ที่ลักลอบเผาป่าหรือพื้นที่เกษตรกรรมจะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ดังนี้
- เผาในพื้นที่ตนเองหรือสาธารณะจนเกิดเหตุรำคาญ โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เผาข้างทางห่างไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- เผาพื้นที่เกษตรกรรมจนเป็นอันตรายต่อผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เผาป่าในอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โทษจำคุก 4-20 ปี ปรับ 400,000 – 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เผาป่าสงวนแห่งชาติ โทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท (หากเกิน 25 ไร่ จำคุก 4-20 ปี ปรับ 200,000 – 2,000,000 บาท)
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ฝุ่น PM2.5 เหนือ-อีสานวิกฤตหนัก เตือนระดับอันตราย ซ้ำไทยไร้ฝนช่วยอีก 7 วัน
- ภาคเหนือวิกฤตหนัก ชาวเชียงใหม่เลือดกำเดาทะลัก ฝุ่นพิษพุ่งสีแดงเข้มทั่วเมือง
- สภ.เมืองอุทัยธานี ปัดฝุ่นนำจักรยานมาใช้ รับมือวิกฤติน้ำมันขาดแคลน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





