ร็อคกี้ สุรบดินทร์ ควง แม่เจี๊ยบและน้องสาว เคลียร์ดราม่า ‘สุรชัย สมบัติเจริญ’ เผยความลับ 47 ปี รับสารภาพเรื่องผู้หญิง เผยผลักลูกจนล้ม-เอาหัวโขกบัลลังก์ศาล ยืนยันไม่หวังอะไร ขอแค่ต่างคนต่างอยู่
จากประเด็นครอบครัวสมบัติเจริญ ล่าสุด ร็อคกี้ สุรบดินทร์ พร้อมด้วย เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ และน้องสาว ออกมาเปิดใจหลังสัมภาษณ์รายการ คุยแซ่บโชว์ โต้กลับกรณีที่ผู้เป็นพ่อ สุรชัย สมบัติเจริญ เปิดตัวภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายที่สหรัฐอเมริกา และคบหากันมากว่า 40 ปี ล่าสุดมีการโต้เถียงกันหนักรุนแรงถึงขั้นตั้งคำถามว่าร็อคกี้ใช่ลูกหรือไม่ ซ้ำยังไล่ให้ไปเปลี่ยนนามสกุล
ร็อคกี้ เปิดเผยว่า ตอนแรกตนไม่อยากออกมาพูดถึงเรื่องนี้เลย และหวังว่าเรื่องราวจะผ่านไปเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต แต่เมื่อเหตุการณ์เริ่มบานปลายและลุกลามกระทบจิตใจของแม่กับน้องสาวอย่างหนัก ตนจึงให้แม่และน้องเป็นคนตัดสินใจว่าจะชี้แจงหรือไม่ ตนในวัย 40 กว่าปีแล้ว ไม่อยากออกมาพูดเรื่องแบบนี้ให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็จะขอชี้แจงเพียงครั้งเดียวแล้วจบ ในวันนี้ตนมาในฐานะผู้ชายคนเดียวของบ้านเพื่อทำหน้าที่ดูแลปกป้องแม่และน้อง
ลูกชายคนโตได้กล่าวขอโทษผู้เป็นพ่อ กรณีที่ตนอาจจะปากไวไปพูดพาดพิงถึงประเด็นนี้ผ่านรายการด้วยการยกตัวอย่างเรื่องหมาแมวจนอาจทำให้พ่อหรือใครหลายคนไม่สบายใจ ตนยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจและไม่มีลูกคนไหนที่อยากเห็นพ่อตัวเองโดนคนทั้งประเทศรุมด่า เพราะเมื่อพ่อโดนด่า ตัวเองในฐานะลูกก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนหยิกเล็บเจ็บเนื้อเช่นกัน
หนุ่มร็อคกี้ ชี้แจงประเด็นที่ไม่ได้ไปร่วมงานศพของอากิ้งก่องว่าเป็นเพราะจู่ ๆ พ่อก็สั่งห้ามพวกตนไม่ให้ไปยุ่ง ทั้งที่ครอบครัวเตรียมรถตู้ไว้พร้อมแล้ว จนกระทั่งมาเห็นข่าวภายหลังจึงถึงบางอ้อว่าพ่อพาผู้หญิงคนอื่นไปงานนั่นเอง โดยที่ตนยังไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
ส่วนประเด็นที่พ่อไล่ให้ไปเปลี่ยนนามสกุลนั้น ร็อคกี้ยอมรับว่าเสียใจ และคิดว่าพ่ออยากให้ตนเสียใจจึงพูออกมาแบบนั้น แต่ก็เข้าใจว่าเวลาพ่อโมโหก็มักจะพูดแบบนี้ ปัจจุบันตนรู้สึกเฉย ๆ กับคำด่านี้แล้ว เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป อีกทั้งตนยังได้ลองเปิดช่องขายของชื่อ Rocky Everything เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำมาหากินได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งพานามสกุลหรือมีกรอบนามสกุล
ด้านน้องสาววัย 32 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่าเสียใจมาก ตลอด 32 ปีที่ผ่านมาครอบครัวใช้ชีวิตด้วยกันอย่างอบอุ่น พ่อไปรับที่มหาวิทยาลัย ไปดูหนัง และกินข้าวด้วยกันตลอด เธอเพิ่งมารู้ความจริงทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้ ในวันที่ไปเจอกันที่ศาล เธอตั้งใจเข้าไปกอดพ่อเพราะยังเชื่อมั่นในความรักของพ่อลูก แต่กลับถูกพ่อผลักและด่าทอไล่ให้ไปสู้กันในศาล จนเธอล้มลงไปกองกับพื้นและร้องไห้อย่างหนัก และขอเพียงแค่พ่ออย่ากลับมาทำร้ายจิตใจพวกเธออีก
ขณะที่ร็อคกี้เล่าเสริมถึงเหตุการณ์ในศาลวันต่อมาว่า ตนพยายามเข้าไปพูดคุยให้พ่อใจเย็น ๆ โดยบอกว่า “พ่อ นี่พี่กี้นะ ผมไม่ได้มาซัดอะไรกับพ่อเลยนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมาเลย พ่อใจเย็น ๆ เราไม่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนี้กันเลย ถ้าพ่อไม่รู้จะทำยังไง ลืมไปให้หมดเลย ใจเย็น ๆ กลับบ้านกัน” แต่พ่อกลับมีอาการโมโหอย่างหนัก วิ่งเอาหัวไปโขกกับขอบบัลลังก์ศาล และตะโกนว่า “ปล่อยxู พวกมึงปล่อยxู” ซึ่งทำให้ตนและคนทั้งศาลตกใจและงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก
ทางด้าน แม่เจี๊ยบ ได้เปิดเผยความลับที่เก็บงำมาตลอด 47 ปีว่าสาเหตุที่ตนทนมาตลอดเพราะไม่อยากให้ลูกมีปัญหา และอยากให้ลูกเติบโตมาด้วยหัวใจที่เต็มดวง จนกระทั่งช่วงที่สามีอายุประมาณ 50 กว่าปี ได้มีชาวต่างชาติส่งอีเมลมาหาพร้อมหลักฐานและจ้างนักสืบตาม อ้างว่าสามีของตนไปเป็นชู้กับภรรยาของเขา เรื่องราวทางกฎหมายมาจบลงเมื่อ 2 ปีก่อน โดยพ่อเป็นคนยื่นฟ้องหย่าแม่ก่อนด้วยข้อหาทิ้งร้าง 15 ปี ซึ่งแม่เจี๊ยบยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ถ้าอยากไปแม่เจี๊ยบจึงฟ้องกลับด้วยหลักฐาน ซึ่งสุดท้ายพ่อก็ให้การรับสารภาพในศาลว่าไปกับหญิงอื่นจริงและทำการหย่าขาดจากกันในที่สุด ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ได้พูดกัน สุรชัย สมบัติเจริญ พูดกับเธอว่าให้ปล่อยเขาไป
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ แม่เจี๊ยบและร็อกกี้ยืนยันตรงกันว่าครอบครัวไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สินเงินทองใด ๆ ทั้งสิ้นและแค่ต้องการแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต ปัจจุบันแม่เจี๊ยบมีความสุขดีและภูมิใจที่ลูก ๆ ทุกคนเป็นเด็กดี ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ตอนนี้สุรชัยไม่เหมือนคนที่ร็อคกี้รู้จัก
อย่างไรก็ดี ร็อคกี้ร่ำไห้ทิ้งท้ายอย่างน่าคิดว่า ตนเข้าใจเรื่องชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกันมานาน อาจจะมีความเบื่อหน่าย หมดรัก หรือเกลียดกันบ้างแต่สิ่งตนไม่เข้าใจที่สุดคือ “การที่คนเราเลิกกับภรรยาแล้ว ทำไมถึงต้องทิ้งลูกไปด้วย ผมคนมีลูก ผมทำไม่ได้ว่ะ”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News: