ข่าวต่างประเทศ

สื่อจีนตราหน้าตำรวจไทย ติดกับดักอคติหลัง 2 เคสฉาวทึกทัก “คนเจ็บ” เป็นคนเมา

งามหน้า เซาต์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ตีแผ่ 2 เคสฉาวสดๆ ร้อนๆ ในบ้านเราที่ตำรวจไทยขาดความรอบคอบอย่างหนัก ทึกทักคนเจ็บเป็นคนเมา ปล่อยสาววัย 21 ดับอนาถ ชายวัย 42 เส้นเลือดสมองแตกโคม่า

วันที่ 10 มีนาคม 2026 เว็บไซต์เซาต์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ (South China Morning Post) รายงานเหตุการณ์สลด 2 เคส ซึ่งเกิดขึ้นในบ้านเราซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียให้กับญาติของเหยื่อชนิดไม่น่าให้อภัย โดยรายแรกเกิดขึ้นกับ “วริศรา” หรือน้องใบเตย อายุ 23 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบนถนนกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา

สื่อจีนรายงานว่า แม้เธอจะรอดชีวิตจากแรงกระแทกในตอนแรก แต่ความตายที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นในช่วง 4 ชม. หลังจากนั้นที่ไม่ได้รับการเหลียวแล เมื่อกู้ภัยในที่เกิดเหตุพบเพียงรอยถลอกเล็กน้อย แต่กลับ “ได้กลิ่นแอลกอฮอล์” และเธอไม่มีบัตรประชาชนติดตัว คำตัดสินในตอนนั้นจึงออกมาทันทีว่า “ส่งโรงพัก ไม่ใช่โรงพยาบาล”

วริศราถูกนำตัวไปส่งที่ สน.พหลโยธิน ตอนตี 3 และถูกทิ้งให้นอนอยู่บนพื้นสถานีโดยไม่มีการตรวจรักษาใดๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงบอกให้เธอพักผ่อนเพื่อรอตรวจสอบทะเบียนรถและติดต่อญาติ พร้อมให้การในภายหลังว่าสภาพของเธอในขณะนั้นดูไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

แต่ผ่านไปเพียง 90 นาที วริศราเริ่มมีอาการชักเกร็งจนต้องเรียกทีมแพทย์ และเสียชีวิตในเวลา 6 โมงเช้า ผลชันสูตรเผยความจริงที่น่าสลดใจว่า มีอาการ ซี่โครงหัก ปอดฉีก และตับแตก ซึ่งเป็นการตายจากอาการบาดเจ็บภายในที่ค่อยๆ พรากชีวิตเธอไปนับตั้งแต่เริ่มเกิดอุบัติเหตุ

เรื่องราวของวริศราเงียบหายไปนานกว่าปี จนกระทั่งครอบครัวหันไปพึ่งเพจ “สายไหมต้องรอด” เพื่อทวงถามความรับผิดชอบ จนนำไปสู่การสั่งการจาก พล.ต.ท. สยาม บุญสม รักษากองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมา “คนเมา” หรือคนคลุ้มคลั่งมักถูกพามาโรงพักก่อน แต่หลังจากนี้อาจต้องมีนโยบาย ส่งโรงพยาบาลก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย

ความไม่พอใจต่อการละเลยนาน 2 ชั่วโมง ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาวที่เสียชีวิตหลังถูกส่งตัวโดยตำรวจ
ภาพ @Faceook
แฟ้มภาพ

ทั้งนี้สื่อแดนมังกรยังซัดหนักต่อเนื่อง โดยการระบุว่า บทเรียนนี้ดูเหมือนจะยังเข้าไม่ถึงเจ้าหน้าที่บางส่วน เมื่อเกิดเหตุซ้ำรอยกับ ธีรมิตร ชายวัย 42 ปี เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังขับรถอยู่ตอนตี 3 แล้วเกิดอาการเส้นเลือดสมองแตกจนประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันและไปเฉี่ยวชนรถที่จอดอยู่ พนักงานปั๊มจึงโทรแจ้งตำรวจซึ่งเมื่อมาถึงเห็นเขาพูดจาสับสนและสื่อสารไม่ได้ จึงสรุปทันทีว่า เป็นคนเมา ทำการ “ใส่กุญแจมือ” และคุมตัวไปที่ สภ.บางปะหัน จ.อยุธยา กว่าจะถูกส่งถึงโรงพยาบาลตอนตี 5 สมองของธีรมิตรก็เสียหายอย่างหนักจนเกินจะกู้คืนได้ทันท่วงที ปัจจุบันยังนอนโคม่าและแพทย์ระบุว่า มีโอกาสฟื้นเพียง 50% เท่านั้น

เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจอยุธยาต้องออกมาโพสต์ขอโทษผ่านสื่อโซเชียล พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแยกต่างหาก โศกนาฏกรรมทั้งสองเคสนี้ตอกย้ำว่า หากตำรวจไทยยังมองประชาชนเป็น “ผู้ต้องหา” ก่อนมองเป็น “ผู้ป่วย” ชีวิตบริสุทธิ์ก็อาจต้องสังเวยให้กับอคติเช่นนี้ต่อไปไม่สิ้นสุด.

ภาพ Facebook @InsideThailand

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button